อัปเดต 2569-2570 ประกันสังคม ม.33 ม.39 ม. 40 ต่างกันอย่างไร? ใครอยู่มาตราไหน ได้สิทธิอะไรบ้าง

ประกันสังคมเป็นหลักประกันพื้นฐานที่สำคัญสำหรับคนทำงานในประเทศไทย แต่คำถามที่พบบ่อยคือ ประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 ต่างกันอย่างไร ใครต้องอยู่มาตราไหน ต้องจ่ายเงินสมทบเท่าไร และได้รับสิทธิประกันสังคมอะไรบ้าง โดยเฉพาะในปี 2569-2570 ที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ต้องทำความเข้าใจการปรับเพดานฐานค่าจ้างใหม่ ซึ่งมีผลต่อจำนวนเงินสมทบสูงสุดและสิทธิประโยชน์บางประเภท

ความแตกต่างของประกันสังคมทั้ง 3 มาตราไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินสมทบเพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับสถานะการทำงานด้วย กล่าวอย่างง่ายที่สุด มาตรา 33 สำหรับลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้าง มาตรา 39 สำหรับผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมต่อหลังออกจากงาน ส่วนมาตรา 40 เป็นระบบประกันสังคมโดยสมัครใจสำหรับแรงงานนอกระบบหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่เข้าเงื่อนไข โดยสำนักงานประกันสังคมมีระบบรองรับผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33, 39 และ 40

สำหรับฝ่าย HR และ Payroll ความเข้าใจเรื่องนี้มีความสำคัญโดยตรงต่อการบริหารเงินเดือน เพราะการคำนวณเงินสมทบประกันสังคมของพนักงานมาตรา 33 เป็นหนึ่งในกระบวนการ Payroll ประจำเดือน การมี HR Software, โปรแกรม HR, Payroll Software, โปรแกรมเงินเดือน หรือโปรแกรม payroll ที่สามารถรองรับกฎและเพดานเงินสมทบที่เปลี่ยนแปลงจึงช่วยลดภาระการคำนวณและความเสี่ยงจากการใช้ข้อมูลหรืออัตราที่ไม่เป็นปัจจุบัน

สรุปก่อน: ประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 ต่างกันอย่างไร?

ประเด็น มาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40
เหมาะกับใคร ลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมกับนายจ้าง ผู้เคยเป็น ม.33 และสมัครรักษาสิทธิต่อหลังออกจากงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ/แรงงานนอกระบบที่เข้าเงื่อนไข
ลักษณะ ภาคบังคับสำหรับลูกจ้างที่เข้าเงื่อนไข ภาคสมัครใจต่อเนื่องจาก ม.33 ภาคสมัครใจ
เงินสมทบ ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายตามฐานค่าจ้างและอัตราที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกันตนจ่ายเอง ผู้ประกันตนเลือกทางเลือกเงินสมทบ
ปี 2569-2570 ฐานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท เงินสมทบลูกจ้างสูงสุด 875 บาท/เดือน 432 บาท/เดือน 70 / 100 / 300 บาทต่อเดือน ตามทางเลือก
ความคุ้มครองหลัก 7 กรณี รวมว่างงาน 6 กรณี ไม่มีว่างงาน 3-5 กรณี ขึ้นกับทางเลือก

หมายเหตุ: สิทธิประโยชน์แต่ละกรณีมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการส่งเงินสมทบและหลักเกณฑ์การเกิดสิทธิแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของสิทธิที่ต้องการใช้กับสำนักงานประกันสังคมอีกครั้ง

ประกันสังคมมาตรา 33 คืออะไร? ใครเป็นผู้ประกันตน ม.33

ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือกลุ่มลูกจ้างที่ทำงานให้กับนายจ้างและอยู่ภายใต้ระบบประกันสังคมตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด กล่าวในบริบททั่วไปของพนักงานบริษัท เมื่อเข้าทำงานและนายจ้างดำเนินการขึ้นทะเบียนประกันสังคม พนักงานจะอยู่ในระบบมาตรา 33 และนายจ้างมีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับเงินสมทบตามกฎหมาย

ความแตกต่างสำคัญของมาตรา 33 เมื่อเทียบกับมาตรา 39 และ 40 คือการมีส่วนร่วมของทั้งลูกจ้างและนายจ้างในการส่งเงินสมทบ รวมถึงการได้รับความคุ้มครองกรณีว่างงาน ซึ่งไม่ได้อยู่ในชุดสิทธิของมาตรา 39

ประกันสังคม ม.33 ปี 2569-2570 จ่ายเท่าไร?

จุดที่ HR และพนักงานต้องให้ความสำคัญในปี 2569 คือการปรับ เพดานฐานค่าจ้างสำหรับคำนวณเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 โดยในช่วงปี 2569-2571 เพดานค่าจ้างสูงสุดเพิ่มเป็น 17,500 บาทต่อเดือน และเมื่อใช้อัตราเงินสมทบของลูกจ้าง 5% จึงทำให้เงินสมทบสูงสุดอยู่ที่ 875 บาทต่อเดือน สำหรับลูกจ้างที่มีค่าจ้างตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569

ตัวอย่างเช่น หากพนักงานมีค่าจ้าง 15,000 บาทต่อเดือน เงินสมทบส่วนลูกจ้างที่อัตรา 5% เท่ากับ 750 บาท แต่หากมีค่าจ้าง 17,500 บาท เงินสมทบจะเท่ากับ 875 บาท และหากค่าจ้างสูงกว่า 17,500 บาท การคำนวณในช่วงปี 2569-2570 จะยังใช้ฐานสูงสุด 17,500 บาท จึงมีเงินสมทบส่วนลูกจ้างสูงสุด 875 บาทต่อเดือน

การปรับเพดานดังกล่าวไม่ได้มีผลเฉพาะปี 2569 แต่ครอบคลุม ปี 2569-2571 ก่อนจะมีการปรับตามช่วงที่กำหนดต่อไป โดยข้อมูลปัจจุบันระบุช่วงปี 2572-2574 ที่เพดาน 20,000 บาท และตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไปที่ 23,000 บาท

มาตรา 33 ได้สิทธิอะไรบ้าง?

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับความคุ้มครองใน 7 กรณีหลัก ได้แก่ การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย การคลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน โดยการได้รับเงินหรือประโยชน์ทดแทนแต่ละประเภทต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการส่งเงินสมทบและหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม

จุดที่ทำให้มาตรา 33 แตกต่างจากมาตรา 39 อย่างเห็นได้ชัดจึงอยู่ที่ สิทธิกรณีว่างงาน เนื่องจากมาตรา 39 ไม่ครอบคลุมกรณีดังกล่าว ขณะที่ผู้ประกันตนมาตรา 40 มีโครงสร้างสิทธิอีกแบบหนึ่งและไม่ได้เป็นระบบประกันการว่างงานแบบมาตรา 33

ประกันสังคมมาตรา 39 คืออะไร? ใครสมัครได้บ้าง?

ผู้ประกันตนมาตรา 39 ไม่ได้หมายถึงผู้ที่ลาออกจากงานทุกคนโดยอัตโนมัติ แต่เป็นผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และสมัครเพื่อรักษาความคุ้มครองประกันสังคมต่อด้วยตนเองหลังสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

ตามคู่มือ e-Self Service ของสำนักงานประกันสังคม ผู้มีสิทธิสมัครมาตรา 39 ต้องเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และออกจากงาน ต้องเคยส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนภายในระยะเวลา 36 เดือนก่อนสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และต้องยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน

ดังนั้น หากพนักงานลาออกและต้องการรักษาสถานะประกันสังคมต่อในมาตรา 39 สิ่งสำคัญคือไม่ควรเข้าใจว่าสถานะจะเปลี่ยนจากมาตรา 33 เป็นมาตรา 39 ให้อัตโนมัติ แต่ต้องสมัครและมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ประกันสังคม ม.39 จ่ายเดือนละเท่าไรในปี 2569-2570?

ตามข้อมูลของสำนักงานประกันสังคมที่ตรวจสอบได้ ผู้ประกันตนมาตรา 39 มีหน้าที่ส่งเงินสมทบ 432 บาทต่อเดือน โดยใช้ฐานค่าจ้าง 4,800 บาทในการคำนวณเงินสมทบ

จุดนี้เป็นความแตกต่างสำคัญจากมาตรา 33 เพราะมาตรา 39 เป็นการส่งเงินสมทบด้วยตนเองหลังออกจากงาน และไม่ได้ใช้ค่าจ้างจริงของผู้ประกันตนในลักษณะเดียวกับมาตรา 33

มาตรา 39 ได้สิทธิอะไรบ้าง?

ผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้รับประโยชน์ทดแทน 6 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ โดยไม่มีสิทธิกรณีว่างงานแบบผู้ประกันตนมาตรา 33 ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับคู่มือของสำนักงานประกันสังคมสำหรับการสมัครมาตรา 39

นอกจากนี้ ผู้ประกันตนมาตรา 39 ต้องให้ความสำคัญกับการส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่อง เพราะการขาดส่งเงินสมทบตามหลักเกณฑ์อาจทำให้สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ จึงควรตรวจสอบสถานะและประวัติการส่งเงินสมทบเป็นระยะ

ประกันสังคมมาตรา 40 คืออะไร? ใครสมัครได้บ้าง?

ประกันสังคมมาตรา 40 ถูกออกแบบสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ เช่น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า ผู้รับจ้างทั่วไป หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระอื่นที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สามารถสร้างหลักประกันทางสังคมด้วยการสมัครและส่งเงินสมทบด้วยตนเอง

ข้อมูลภาครัฐระบุว่าผู้สมัครมาตรา 40 โดยทั่วไปต้องมีอายุ 15-60 ปี และต้องไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39 รวมถึงต้องไม่เป็นบุคคลในกลุ่มที่กฎหมายยกเว้น

ประกันสังคม ม.40 จ่ายเท่าไร และมีทางเลือกอะไรบ้าง?

มาตรา 40 แตกต่างจากมาตรา 33 และ 39 เพราะผู้ประกันตนสามารถเลือกแผนเงินสมทบได้ตามความต้องการด้านความคุ้มครอง โดยโครงสร้างที่ใช้อยู่มี 3 ทางเลือก ได้แก่ 70 บาท 100 บาท และ 300 บาทต่อเดือน ซึ่งแต่ละทางเลือกได้รับสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน

ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาทต่อเดือน ให้ความคุ้มครอง 3 กรณี ได้แก่ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต ส่วน ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาทต่อเดือน เพิ่มสิทธิกรณีชราภาพ ทำให้มีความคุ้มครองรวม 4 กรณี ขณะที่ ทางเลือกที่ 3 จ่าย 300 บาทต่อเดือน ให้ความคุ้มครองรวม 5 กรณี ได้แก่ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และสงเคราะห์บุตร

อย่างไรก็ตาม สิทธิของมาตรา 40 ไม่ควรถูกตีความว่าเหมือนกับสิทธิของมาตรา 33 หรือ 39 แม้ชื่อกรณีความคุ้มครองบางประเภทจะคล้ายกัน เพราะจำนวนเงินทดแทน วิธีคำนวณ และเงื่อนไขการเกิดสิทธิแตกต่างกัน

เปรียบเทียบสิทธิประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40

สิทธิหลัก ม.33 ม.39 ม.40 ทางเลือก 1 ม.40 ทางเลือก 2 ม.40 ทางเลือก 3
เจ็บป่วย/ประสบอันตราย ✓ ✓ ✓* ✓* ✓*
ทุพพลภาพ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
เสียชีวิต ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
คลอดบุตร ✓ ✓ – – –
สงเคราะห์บุตร ✓ ✓ – – ✓
ชราภาพ ✓ ✓ – ✓ ✓
ว่างงาน ✓ – – – –

*สิทธิกรณีเจ็บป่วย/ประสบอันตรายของมาตรา 40 เป็นสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ของมาตรา 40 และไม่ควรตีความว่าเป็นสิทธิรักษาพยาบาลในรูปแบบเดียวกับมาตรา 33 หรือ 39 โดยอัตโนมัติ

ลาออกจากงานแล้ว จาก ม.33 ต้องเปลี่ยนเป็น ม.39 หรือ ม.40?

เมื่อลูกจ้างลาออกจากงานและสิ้นสุดสถานะมาตรา 33 ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนเป็นมาตรา 39 โดยอัตโนมัติ หากต้องการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ต้องมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดและยื่นสมัครภายใน 6 เดือน โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ต้องเคยส่งเงินสมทบมาตรา 33 ไม่น้อยกว่า 12 เดือนภายใน 36 เดือนก่อนออกจากงาน

หากไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 39 หรือประกอบอาชีพอิสระและมีคุณสมบัติสำหรับมาตรา 40 ก็สามารถศึกษาการสมัครมาตรา 40 ได้ แต่ควรเปรียบเทียบความคุ้มครองอย่างละเอียด เพราะสิทธิของมาตรา 39 และมาตรา 40 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสิทธิรักษาพยาบาล คลอดบุตร และโครงสร้างผลประโยชน์ชราภาพ

จาก ม.39 กลับมาทำงานประจำ จะกลับเป็น ม.33 หรือไม่?

เมื่อผู้ประกันตนมาตรา 39 กลับเข้าทำงานและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 อีกครั้ง ความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39จะสิ้นสุดลง โดยคู่มือสำนักงานประกันสังคมระบุการกลับมาเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เป็นหนึ่งในเหตุที่ทำให้สถานะมาตรา 39 สิ้นสุด

เรื่องนี้มีความสำคัญต่อฝ่าย HR ของบริษัทที่รับพนักงานใหม่ เพราะการตรวจสอบและขึ้นทะเบียนสถานะประกันสังคมให้ถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Employee Onboarding และ Payroll หากข้อมูลพนักงาน การขึ้นทะเบียน และระบบเงินเดือนแยกจากกัน ย่อมเพิ่มความเสี่ยงในการกรอกข้อมูลซ้ำหรือใช้สถานะที่ไม่ถูกต้อง

HR ต้องเตรียมตัวอย่างไรกับประกันสังคมปี 2569-2570?

การเปลี่ยนเพดานฐานค่าจ้างมาตรา 33 เป็น 17,500 บาทในช่วงปี 2569-2571 เป็นประเด็นที่ฝ่าย HR และ Payroll ต้องให้ความสำคัญ เพราะพนักงานที่มีค่าจ้างเกินเพดานเดิมอาจเห็นยอดหักประกันสังคมในสลิปเงินเดือนเปลี่ยนแปลงจากเดิม การสื่อสารกับพนักงานอย่างชัดเจนจึงช่วยลดข้อสงสัยว่าเหตุใดเงินเดือนสุทธิในแต่ละเดือนจึงเปลี่ยนไป

ในด้านระบบ บริษัทควรตรวจสอบว่า Payroll Software หรือโปรแกรมเงินเดือน ได้รองรับฐานค่าจ้างใหม่อย่างถูกต้อง รวมถึงตรวจสอบการคำนวณเงินสมทบของทั้งพนักงานและนายจ้าง การแสดงรายการใน Payslip และข้อมูลที่นำไปใช้ในกระบวนการนำส่งเงินสมทบ เพราะการใช้สูตร Excel หรือระบบที่ตั้งค่าเพดานเดิมไว้โดยไม่ได้อัปเดตอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการทำ Payroll ได้

ทำไมโปรแกรมคำนวณเงินเดือนจึงสำคัญเมื่อกฎหมายและอัตราประกันสังคมเปลี่ยน?

Payroll ในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงการนำเงินเดือนมาหักวันลาแล้วโอนเงินให้พนักงาน แต่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลหลายส่วน ตั้งแต่ค่าจ้าง เวลาทำงาน OT รายได้เพิ่มเติม รายการหัก ภาษี ไปจนถึงเงินสมทบประกันสังคม เมื่อกฎหรือเพดานการคำนวณเปลี่ยน ฝ่าย HR จึงต้องสามารถปรับกระบวนการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

องค์กรที่มีพนักงานจำนวนมากจึงควรพิจารณาใช้ Payroll Software หรือโปรแกรม payroll ที่เชื่อมต่อกับ โปรแกรม HR เพื่อให้ข้อมูลพนักงานและข้อมูล Payroll ทำงานอยู่บนกระบวนการเดียวกันมากขึ้น ช่วยลดการกรอกข้อมูลซ้ำ ลดความเสี่ยงจากการใช้สูตรคำนวณที่ล้าสมัย และทำให้ HR สามารถตรวจสอบรายการหักประกันสังคมในสลิปเงินเดือนได้อย่างเป็นระบบ

Sprout One แตกต่างจากโปรแแกรม HR และ โปรแกรมเงินเดือนทั่วไปอย่างไร?

Sprout One ไม่ได้มอง Payroll เป็นกระบวนการแยกออกจากการบริหารพนักงาน แต่ถูกออกแบบให้เป็น HR Platform ที่รวมการทำงานของโปรแกรมคำนวณเงินเดือน หรือ Payroll Software และ ระบบลางานออนไลน์ และ ระบบบันทึกเวลาเข้าออกงาน ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการข้อมูลพนักงาน การลงเวลา การลา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณเงินเดือนได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น แทนที่จะต้องนำข้อมูลจากหลายไฟล์หรือหลายโปรแกรมมารวมกันทุกสิ้นเดือน

สำหรับองค์กรที่กำลังเปรียบเทียบ โปรแกรม HR, Payroll Software, โปรแกรมเงินเดือน และโปรแกรม payroll สิ่งที่ควรพิจารณาจึงไม่ใช่เพียงว่าระบบสามารถออกสลิปเงินเดือนได้หรือไม่ แต่ควรพิจารณาว่าระบบรองรับบริบทการทำ Payroll ในประเทศไทย สามารถปรับตามข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลง เชื่อมข้อมูล HR กับ Payroll และมีมาตรการจัดการข้อมูลพนักงานที่เหมาะสมหรือไม่ แนวทางของ Sprout One ที่รวมกระบวนการเหล่านี้ไว้ในแพลตฟอร์มเดียวช่วยลดความซับซ้อนจากการใช้ระบบแยกส่วนและสนับสนุนการทำงานของ HR ในระดับองค์กรได้มากขึ้น

สรุป ประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 ต่างกันอย่างไรในปี 2569-2570?

สรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด มาตรา 33 คือระบบสำหรับลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างและได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี มาตรา 39 คือทางเลือกสำหรับอดีตผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีคุณสมบัติและต้องการส่งเงินสมทบต่อด้วยตนเอง โดยได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ส่วนมาตรา 40 เป็นประกันสังคมภาคสมัครใจสำหรับแรงงานนอกระบบหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่เข้าเงื่อนไข และสามารถเลือกแผนเงินสมทบตามระดับความคุ้มครองได้

สำหรับปี 2569-2570 ประเด็นสำคัญสำหรับพนักงานและฝ่าย HR คือมาตรา 33 ใช้เพดานฐานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท ในช่วงปี 2569-2571 ส่งผลให้เงินสมทบส่วนลูกจ้างสูงสุดอยู่ที่ 875 บาทต่อเดือน ขณะที่มาตรา 39 ตามข้อมูลปัจจุบันส่ง 432 บาทต่อเดือน และมาตรา 40 มีทางเลือก 70, 100 และ 300 บาทต่อเดือน

หากองค์กรของคุณต้องการลดความซับซ้อนในการบริหาร HR และ Payroll พร้อมรองรับการคำนวณเงินเดือน ภาษี และรายการที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคมอย่างเป็นระบบ Sprout One คือ HR Platform และ Payroll Software ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานขององค์กรในประเทศไทย ตั้งแต่ข้อมูลพนักงานไปจนถึง Payroll ในกระบวนการที่เชื่อมโยงกัน กรอกแบบฟอร์ม Enquiry เพื่อจองเวลาปรึกษากับทีม Sprout One หรือสอบถามเพิ่มเติมผ่าน LINE และโทรศัพท์ เพื่อค้นหาแนวทางในการยกระดับงาน HR และ Payroll ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

FAQ ประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40

1. ประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่สถานะของผู้ประกันตนและสิทธิที่ได้รับ โดยมาตรา 33 สำหรับลูกจ้างที่อยู่กับนายจ้าง มาตรา 39 สำหรับผู้ที่เคยเป็นมาตรา 33 และสมัครส่งเงินสมทบต่อเองหลังออกจากงาน ส่วนมาตรา 40 เป็นระบบสมัครใจสำหรับแรงงานนอกระบบหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด

2. ประกันสังคม ม.33 ปี 2569 และ 2570 หักกี่บาท?

ในช่วงปี 2569-2571 เพดานฐานค่าจ้างสูงสุดของมาตรา 33 อยู่ที่ 17,500 บาทต่อเดือน ดังนั้น เมื่อใช้อัตราเงินสมทบส่วนลูกจ้าง 5% ผู้ที่มีค่าจ้างตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไปจะจ่ายเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีค่าจ้างต่ำกว่าเพดานจะคำนวณตามฐานค่าจ้างที่เข้าเกณฑ์

3. ลาออกจากงานแล้ว ม.33 เปลี่ยนเป็น ม.39 อัตโนมัติไหม?

ไม่เปลี่ยนอัตโนมัติ ผู้ที่ต้องการสมัครมาตรา 39 ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด โดยต้องเคยส่งเงินสมทบมาตรา 33 ไม่น้อยกว่า 12 เดือนภายใน 36 เดือนก่อนออกจากงาน และต้องยื่นสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน

4. ม.39 กับ ม.40 ต่างกันอย่างไร?

มาตรา 39 เป็นการรักษาสิทธิประกันสังคมต่อจากมาตรา 33 และมีความคุ้มครอง 6 กรณี ส่วนมาตรา 40 ออกแบบสำหรับแรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยมี 3 ทางเลือกเงินสมทบและความคุ้มครอง 3, 4 หรือ 5 กรณีตามทางเลือก จึงไม่ควรพิจารณาจากจำนวนเงินสมทบเพียงอย่างเดียว แต่ควรเปรียบเทียบสิทธิและเงื่อนไขที่ต้องการใช้ด้วย

5. ฟรีแลนซ์ควรสมัครประกันสังคมมาตราไหน?

สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือ 39 และมีคุณสมบัติตามที่กำหนด มาตรา 40 เป็นช่องทางประกันสังคมภาคสมัครใจที่ออกแบบมาสำหรับแรงงานนอกระบบ โดยสามารถเลือกทางเลือกเงินสมทบ 70, 100 หรือ 300 บาทต่อเดือนตามระดับความคุ้มครองที่ต้องการ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. สำนักงานประกันสังคม (Social Security Office: SSO) — ใช้อ้างอิงหลักเกณฑ์ผู้ประกันตน ม.33, ม.39 และ ม.40 รวมถึงการสมัคร ม.39 เงื่อนไขการส่งเงินสมทบ และบริการ e-Self Service โดยเฉพาะเงื่อนไข ม.39 ที่ต้องเคยส่งเงินสมทบ ม.33 ไม่น้อยกว่า 12 เดือนภายใน 36 เดือน และยื่นสมัครภายใน 6 เดือนหลังออกจากงาน ควรใช้ SSO เป็น Primary Source หลักของบทความ
  2. กรมประชาสัมพันธ์ (PRD) — ข้อมูลประกันสังคมมาตรา 40 — ใช้อ้างอิงคุณสมบัติและโครงสร้างเงินสมทบ ม.40 ซึ่งแบ่งเป็น 3 ทางเลือก ได้แก่ 70 บาท/เดือน คุ้มครอง 3 กรณี, 100 บาท/เดือน คุ้มครอง 4 กรณี และ 300 บาท/เดือน คุ้มครอง 5 กรณี รวมถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ และแรงงานนอกระบบ Government Public Relations Department
    ข้อมูลประกันสังคม ม.40 จากกรมประชาสัมพันธ์
  3. Thai PBS News — การปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ปี 2569 — ใช้อ้างอิงการปรับเพดานค่าจ้างสำหรับคำนวณเงินสมทบ โดยช่วง 2569-2571 เพดานอยู่ที่ 17,500 บาทต่อเดือน และเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือน ก่อนเพิ่มเป็น 20,000 บาทในปี 2572-2574 และ 23,000 บาทตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป Thai PBS
    ครม.เห็นชอบปรับเพดานค่าจ้างประกันสังคม เริ่มปี 2569
  4. Thai PBS Policy Watch — ปรับเพิ่มเพดานส่งเงินสมทบประกันสังคม — เหมาะสำหรับอ้างอิงรายละเอียดผลของเพดานใหม่ต่อผู้ประกันตนและ Timeline การปรับเพดาน 3 ระยะ โดยระยะแรกเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 Policy Watch
    ปรับเพิ่มเพดานส่งเงินสมทบ เริ่ม 1 ม.ค. 2569
  5. Thai PBS News — คำชี้แจงสำนักงานประกันสังคมเรื่องเงินสมทบ 875 บาท — แหล่งนี้เผยแพร่วันที่ 25 มกราคม 2569 และรายงานคำชี้แจงของเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมโดยตรงว่า ผู้ประกันตน ม.33 ส่งเงินสมทบในอัตรา 5% ของค่าจ้าง ภายใต้เพดานใหม่ และได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย/ประสบอันตราย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน Thai PBS
    ประกันสังคมชี้แจง จ่าย 875 บาทได้สิทธิอะไรบ้าง

 

Sprout One : ระบบ HR All-In-One ชั้นนำของไทย

Sprout One โซลูชั่น คือ All-In-One รวม ระบบ HR ครบวงจร ทั้งโปรแกรมเงินเดือน, โปรแกรมเงินเดือน Payroll, ระบบลางานออนไลน์, ระบบบันทึกเวลาเข้าออกงาน, ระบบจัดการผู้สมัครงาน, ระบบประเมินผลและเครื่องมือการเรียนรู้ของพนักงาน, ระบบ LMS


ทำความรู้จัก SPROUT ONEจองเวลาสาธิตระบบ

Sprout One โซลูชั่นได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรยุคใหม่โดยเฉพาะ ช่วยให้การจัดการพนักงาน เงินเดือน การลงเวลา การลา สวัสดิการ งานสมัครงาน งานประเมินผล งานฝึกอบรมและงาน HR อื่นที่ซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่ายบนแพลตฟอร์มเดียว ด้วยระบบที่ออกแบบให้รองรับกับกฎหมายแรงงานไทย 100% ภาษี และประกันสังคมของประเทศไทยอย่างครบถ้วน พร้อมเพิ่มความถูกต้อง ลดงานเอกสาร ลดภาระงานด้านธุรการ และช่วยให้องค์กรและพนักงานทำงานได้อย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และพร้อมเติบโตในยุคดิจิทัล


LINEแชทกับเรา

รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!

Table of Contents

Kris Vega

Manager - Web & Creatives Marketing

ด้วยประสบการณ์ด้านครีเอทีฟและการตลาดมากกว่า 9 ปี คุณคริส เวก้า เป็นผู้กำหนดทิศทางและดูแลภาพรวมของเว็บไซต์ Sprout Solutions พร้อมทั้งดูแลเนื้อหา การออกแบบ และกลยุทธ์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน

[blog_author_photo]
[blog_author_name]
[blog_author_designation]
[blog_author_description]

รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!

บริการอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เข้าถึงบริการใหม่ๆ จาก Sprout และพาร์ตเนอร์ เพื่อนำมาใช้พัฒนาองค์กรของคุณ

Scroll to Top