อัปเดต! ค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 มีอะไรบ้าง? เช็กครบก่อนยื่นภาษี
- Published Date:
ค่าลดหย่อนภาษี 2569 มีอะไรบ้าง และมนุษย์เงินเดือนสามารถใช้สิทธิได้สูงสุดเท่าไร? เป็นคำถามสำคัญสำหรับผู้มีเงินได้ที่ต้องวางแผนภาษีในช่วงปลายปี เพราะแม้โครงสร้างค่าลดหย่อนพื้นฐานหลายรายการจะยังคงต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ปีภาษี 2569 มีรายละเอียดที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เช่น เพดานเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 ที่สูงขึ้น การใช้สิทธิ Thai ESG และ Thai ESGX การใช้สิทธิต่อเนื่องจากการสับเปลี่ยน LTF เดิม รวมถึงมาตรการลดหย่อน Solar Rooftop สูงสุด 200,000 บาท และหลักเกณฑ์ใหม่ที่กำหนดให้การบริจาคบางประเภทต้องผ่านระบบ e-Donation เพื่อใช้สิทธิทางภาษี
สำหรับมนุษย์เงินเดือน การวางแผนค่าลดหย่อนยังสัมพันธ์โดยตรงกับกระบวนการ Payroll เพราะข้อมูลบางส่วน เช่น เงินเดือน โบนัส เงินสมทบประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ล้วนอยู่ในระบบของนายจ้าง การมี HR Software, โปรแกรม HR, Payroll Software, โปรแกรมเงินเดือน และโปรแกรม payroll ที่สามารถบริหารข้อมูลสะสมแบบ Year-to-Date ได้อย่างเป็นระบบจึงช่วยให้ฝ่าย HR และพนักงานตรวจสอบข้อมูลภาษีได้สะดวกขึ้น
หมายเหตุ: บทความนี้อัปเดตจากกฎหมายและข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้ ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 สิทธิที่มีเงื่อนไขเฉพาะควรตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรและหลักเกณฑ์ ณ วันที่ใช้สิทธิจริงอีกครั้ง
ค่าลดหย่อนภาษีคืออะไร? ต่างจากค่าใช้จ่ายอย่างไร?
ก่อนดูรายการค่าลดหย่อน ควรแยกคำว่า “ค่าใช้จ่าย” กับ “ค่าลดหย่อน” ออกจากกัน เพราะเป็นคนละขั้นตอนในการคำนวณภาษี
สำหรับมนุษย์เงินเดือน เงินได้จากการจ้างงานตามมาตรา 40(1) สามารถหักค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ก่อน จากนั้นจึงนำค่าลดหย่อนส่วนบุคคล ครอบครัว ประกันสังคม ประกันชีวิต กองทุน หรือสิทธิอื่นที่เข้าเงื่อนไขมาหักเพิ่มเติม เมื่อหักรายการที่กฎหมายอนุญาตแล้วจึงได้ เงินได้สุทธิ สำหรับนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได
หลักคิดอย่างง่ายจึงเป็น
เงินได้พึงประเมิน – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อนและรายการยกเว้น = เงินได้สุทธิที่ใช้คำนวณภาษี
ค่าลดหย่อนจึงไม่ใช่ “เงินคืนภาษี” ตามจำนวนที่ซื้อหรือจ่ายไป ตัวอย่างเช่น หากมีค่าลดหย่อนเพิ่ม 50,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าจะได้เงินคืน 50,000 บาท แต่หมายถึงมีเงินได้ที่ต้องนำไปคำนวณภาษีน้อยลง 50,000 บาท และผลประหยัดภาษีจริงจะขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน
ตารางสรุปค่าลดหย่อนภาษี 2569 ที่ควรรู้
| กลุ่มค่าลดหย่อน | สิทธิ/วงเงินหลัก |
| ผู้มีเงินได้ | 60,000 บาท |
| คู่สมรสไม่มีเงินได้ | 60,000 บาท |
| บุตรทั่วไปที่เข้าเงื่อนไข | คนละ 30,000 บาท |
| บุตรชอบด้วยกฎหมายคนที่ 2 เป็นต้นไป ซึ่งเกิดตั้งแต่ปี 2561 | เพิ่มอีกคนละ 30,000 บาท |
| บิดามารดาที่เข้าเงื่อนไข | คนละ 30,000 บาท |
| อุปการะคนพิการ/ทุพพลภาพ | คนละ 60,000 บาท |
| ประกันชีวิตทั่วไป | ตามจริง สูงสุดรวมตามเกณฑ์ 100,000 บาท |
| ประกันสุขภาพตนเอง | ตามจริง สูงสุด 25,000 บาท และรวมประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท |
| ประกันสุขภาพบิดามารดา | ตามจริง รวมสูงสุด 15,000 บาท |
| ประกันชีวิตแบบบำนาญ | สูงสุด 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 บาท และอยู่ภายใต้เพดานกลุ่มเกษียณ |
| RMF | สูงสุด 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาท และนับรวมกลุ่มเกษียณ |
| Thai ESG ปี 2569 | สูงสุด 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 บาท |
| ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน | ตามจริง สูงสุด 100,000 บาท |
| Solar Rooftop | ตามจริง สูงสุด 200,000 บาท ตามเงื่อนไข |
| ประกันสังคม | ตามจำนวนที่จ่ายจริงตามหลักเกณฑ์ |
| เงินบริจาค | ตามประเภทและเพดานที่กฎหมายกำหนด |
ค่าลดหย่อนพื้นฐาน เช่น ผู้มีเงินได้ 60,000 บาท คู่สมรส 60,000 บาท และบุตรคนละ 30,000 บาท มีฐานอยู่ในมาตรา 47 แห่งประมวลรัษฎากร ขณะที่บุตรชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่คนที่ 2 เป็นต้นไปซึ่งเกิดในหรือหลังปี 2561 สามารถหักเพิ่มอีกคนละ 30,000 บาทตามเงื่อนไข ทำให้บุตรที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวอาจมีค่าลดหย่อนรวมคนละ 60,000 บาท กรมสรรพากร
1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถใช้ ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายจริงเพื่อให้เกิดสิทธินี้ ถือเป็นค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ประมวลรัษฎากรมาตรา 47 กำหนดค่าลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้ไว้ที่ 60,000 บาท และค่าลดหย่อนคู่สมรสตามเงื่อนไขไว้ที่ 60,000 บาทเช่นกัน กรมสรรพากร
2. ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท
หากมีคู่สมรสที่เข้าเงื่อนไขและไม่มีเงินได้ ผู้มีเงินได้สามารถใช้ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ประเด็นสำคัญคือการมีทะเบียนสมรสและสถานะของคู่สมรสต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทางภาษี ไม่ใช่เพียงอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสแล้วสามารถใช้สิทธิได้โดยอัตโนมัติ
3. ค่าลดหย่อนบุตร 30,000-60,000 บาทต่อคน
สำหรับบุตรที่เข้าเงื่อนไข โดยทั่วไปสามารถใช้ค่าลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อคน ส่วนบุตรชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่คนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา สามารถหักเพิ่มอีกคนละ 30,000 บาท ทำให้บุตรกลุ่มนี้มีสิทธิรวมเป็น 60,000 บาทต่อคน
กฎหมายยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับบุตรบุญธรรม อายุ การศึกษา เงินได้ของบุตร และจำนวนบุตรที่สามารถใช้สิทธิได้ จึงควรตรวจสอบกรณีเฉพาะก่อนยื่นแบบ กรมสรรพากรระบุรายละเอียดของสิทธิบุตรเหล่านี้ไว้ในมาตรา 47 โดยตรง กรมสรรพากร
4. ค่าลดหย่อนบิดามารดา คนละ 30,000 บาท
ผู้มีเงินได้สามารถลดหย่อนค่าอุปการะบิดาและมารดาที่เข้าเงื่อนไขได้ คนละ 30,000 บาท โดยหลักเกณฑ์สำคัญคือบิดาหรือมารดาต้องมีอายุอย่างน้อย 60 ปี อยู่ในความอุปการะของผู้มีเงินได้ และมีเงินได้พึงประเมินตามเกณฑ์ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
หากมีพี่น้องหลายคน ไม่สามารถนำบิดาหรือมารดาคนเดียวกันไปใช้ลดหย่อนซ้ำซ้อนโดยทุกคนพร้อมกันได้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การรับรองสิทธิของกรมสรรพากร กรมสรรพากร
5. ค่าอุปการะคนพิการหรือคนทุพพลภาพ 60,000 บาทต่อคน
ผู้มีเงินได้ที่ดูแลคนพิการหรือคนทุพพลภาพซึ่งมีคุณสมบัติตามกฎหมาย สามารถใช้ค่าลดหย่อนได้ คนละ 60,000 บาท
สิทธินี้มีเงื่อนไขเกี่ยวกับสถานะผู้พิการหรือทุพพลภาพ รายได้ของบุคคลที่อยู่ในความอุปการะ และเอกสารประกอบ เช่น แบบรับรองและบัตรประจำตัวคนพิการในกรณีที่เกี่ยวข้อง กรมสรรพากรกำหนดวงเงินดังกล่าวไว้ที่ 60,000 บาทต่อคน กรมสรรพากร
6. เงินสมทบประกันสังคม ปี 2569 ใช้ลดหย่อนเท่าไร?
เงินสมทบประกันสังคมที่พนักงานจ่ายสามารถนำมาพิจารณาเป็นสิทธิทางภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริงภายใต้หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ต่างจากปีก่อนคือปี 2569 มีการปรับเพดานค่าจ้างมาตรา 33 จาก 15,000 บาทเป็น 17,500 บาท ทำให้เงินสมทบส่วนลูกจ้างสูงสุดในอัตราปกติ 5% เป็น 875 บาทต่อเดือน สำหรับผู้มีค่าจ้างถึงเพดานใหม่ Region 4 PRD
ดังนั้น หากพนักงานมาตรา 33 จ่ายเต็มเพดาน 875 บาทครบ 12 เดือน ยอดเงินสมทบที่จ่ายจริงในทางคณิตศาสตร์จะเป็น 10,500 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ควรใช้ยอดที่จ่ายจริง ไม่ใช่นำ 10,500 บาทไปใช้โดยอัตโนมัติ เพราะในบางกรณีอาจมีช่วงที่ไม่ได้ส่งเต็ม 12 เดือน หรือมีมาตรการลดอัตราเฉพาะพื้นที่ เช่น การช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยบางจังหวัดในปี 2569 radionan.prd.go.th
7. เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
เบี้ยประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ที่เข้าเงื่อนไขสามารถใช้สิทธิได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง รวมสูงสุด 100,000 บาท โดยกรมธรรม์ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข เช่น ระยะเวลาคุ้มครองและบริษัทประกันที่ประกอบกิจการตามกฎหมายในประเทศไทย
กรมสรรพากรอธิบายว่าในทางสิทธิภาษี เบี้ยประกันชีวิตทั่วไปสามารถใช้ได้รวมสูงสุด 100,000 บาท และกรมธรรม์ที่เข้าเงื่อนไขโดยทั่วไปต้องมีระยะเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป กรมสรรพากร
8. ประกันสุขภาพตนเอง ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท
เบี้ยประกันสุขภาพของตนเองสามารถใช้ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 25,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ตัวอย่างเช่น หากมีเบี้ยประกันชีวิต 90,000 บาท และประกันสุขภาพ 25,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าจะใช้สิทธิรวม 115,000 บาท เพราะสองรายการนี้ติดเพดานร่วมกันที่ 100,000 บาท กรมสรรพากร
9. ประกันสุขภาพบิดามารดา ลดหย่อนรวมไม่เกิน 15,000 บาท
หากผู้มีเงินได้เป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้บิดาหรือมารดาที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ สามารถใช้สิทธิตามจำนวนที่จ่ายจริง รวมไม่เกิน 15,000 บาท
หากมีพี่น้องหลายคนร่วมกันจ่ายเบี้ย กรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเฉลี่ยสิทธิตามจำนวนผู้ที่ร่วมจ่าย จึงไม่ใช่ทุกคนสามารถนำเบี้ยก้อนเดียวกันไปลดหย่อนเต็ม 15,000 บาทได้พร้อมกัน กรมสรรพากร
10. ประกันชีวิตแบบบำนาญ สูงสุด 200,000 บาท แต่ติดเพดานกลุ่มเกษียณ
เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญที่เข้าเงื่อนไขสามารถใช้สิทธิเพิ่มได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 200,000 บาท อย่างไรก็ตาม ต้องนำไปรวมกับสิทธิการออมเพื่อเกษียณอื่น เช่น RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. หรือกองทุนการออมแห่งชาติภายใต้เพดานรวมตามกฎหมาย
กรมสรรพากรระบุว่าเงินในกลุ่มดังกล่าวรวมกันต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปีภาษี กรมสรรพากร
นี่เป็นจุดที่ผู้เสียภาษีมักคำนวณผิด เพราะเห็นว่า RMF ลดได้ 500,000 บาท และประกันบำนาญลดได้ 200,000 บาท แล้วคิดว่าสามารถใช้รวมกันเป็น 700,000 บาทได้เสมอ ทั้งที่ในความจริงต้องตรวจสอบเพดานรวมของกลุ่มเกษียณด้วย
11. RMF ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเท่าไรในปี 2569?
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF สามารถใช้สิทธิได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่เข้าเกณฑ์ สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท แต่ต้องนำไปนับรวมกับเงินออมเพื่อเกษียณประเภทอื่นภายใต้เพดานรวม 500,000 บาท
กรมสรรพากรระบุหลักเกณฑ์ปัจจุบันของ RMF ที่ 30% ของเงินได้และสูงสุด 500,000 บาท พร้อมเงื่อนไขการถือครองและการลงทุนต่อเนื่อง กรมสรรพากร
ดังนั้น หากพนักงานมีเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำนวนมากอยู่แล้ว วงเงิน RMF ที่สามารถใช้สิทธิจริงอาจเหลือน้อยกว่า 500,000 บาท
12. Thai ESG ปี 2569 ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท
ปี 2569 ยังเป็นปีสำคัญของ กองทุน Thai ESG เพราะผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท สำหรับการลงทุนที่เข้าเงื่อนไข และต้องปฏิบัติตามระยะเวลาถือครองที่กำหนด
ก.ล.ต. ระบุว่าสำหรับการซื้อหน่วย Thai ESG ในช่วงปี 2567-2569 วงเงินภาษีอยู่ที่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท พร้อมเงื่อนไขถือครอง 5 ปีแบบวันชนวัน SEC Thailand
จุดสำคัญคือวงเงิน Thai ESG เป็นคนละกลุ่มกับเพดานเกษียณ RMF 500,000 บาท จึงไม่ควรนำไปหักออกจากวงเงิน RMF โดยอัตโนมัติ
13. Thai ESGX ปี 2569 ต้องระวังเรื่อง “วงเงินเดียวกับ Thai ESG”
ปี 2568 มีมาตรการ Thai ESGX ที่ให้วงเงินพิเศษหลายส่วน แต่สำหรับ เงินลงทุนใหม่ตั้งแต่ปี 2569 ก.ล.ต. ระบุว่าจะถือว่าอยู่ใน วงเงินเดียวกับ Thai ESG กล่าวคือรวมกันแล้วไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 300,000 บาท พร้อมเงื่อนไขถือครอง 5 ปี SEC Thailand
ดังนั้น ผู้ที่ซื้อ Thai ESG 200,000 บาทในปี 2569 แล้วซื้อ Thai ESGX เพิ่มอีก 200,000 บาท ไม่ควรเข้าใจว่าสามารถใช้ลดหย่อนรวม 400,000 บาทได้โดยอัตโนมัติ เพราะเงินลงทุนใหม่ของสองกลุ่มดังกล่าวใช้วงเงินร่วมกันตามหลักเกณฑ์ปี 2569
14. ใครที่สับเปลี่ยน LTF ไป Thai ESGX ในปี 2568 ยังมีสิทธิต่อในปี 2569
ผู้ถือ LTF ที่เข้าโครงการสับเปลี่ยนเป็น Thai ESGX ในช่วงที่กำหนดในปี 2568 อาจยังมีสิทธิภาษีต่อเนื่องในปี 2569-2572
ก.ล.ต. ระบุว่า ส่วนของมูลค่าที่เข้าเกณฑ์สับเปลี่ยนจาก LTF จะได้รับสิทธิในปี 2568 ตามวงเงินแรก และยอดส่วนที่เหลือสามารถทยอยใช้ในปี 2569-2572 เป็นจำนวนเท่า ๆ กัน โดยมีกรอบสูงสุดปีละ 50,000 บาทตามหลักเกณฑ์ของมาตรการ SEC Thailand
รายการนี้จึงเป็น สิทธิเฉพาะผู้ที่ดำเนินการตามเงื่อนไขมาตั้งแต่ปี 2568 ไม่ใช่สิทธิที่ผู้ลงทุนใหม่ทุกคนสามารถเริ่มต้นในปี 2569 ได้
15. ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
ดอกเบี้ยจากเงินกู้เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัยที่เข้าเงื่อนไข สามารถนำมาใช้ลดหย่อนตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
กรณีกู้ร่วมต้องพิจารณาการแบ่งสิทธิตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่ผู้กู้ทุกคนจะนำดอกเบี้ยทั้งหมด 100,000 บาทจากสัญญาเดียวกันไปใช้ซ้ำได้ กรมสรรพากรยังแสดงวงเงินดอกเบี้ยบ้านสูงสุด 100,000 บาทไว้ในข้อมูลสรุปค่าลดหย่อนล่าสุดก่อนเข้าสู่ปี 2569 กรมสรรพากร
16. ใหม่ในปี 2569: Solar Rooftop ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท
หนึ่งในมาตรการภาษีที่น่าสนใจที่สุดของปี 2569 คือ ค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านอยู่อาศัย ซึ่งสามารถใช้สิทธิได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง รวมไม่เกิน 200,000 บาท
กรมสรรพากรระบุว่าต้องเป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนของอาคารอยู่อาศัย เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ่ายให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และได้รับ e-Tax Invoice โดยมาตรการใช้ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลจนถึง 31 ธันวาคม 2571 ผู้เสียภาษีใช้สิทธิได้ 1 ครั้งและไม่เกิน 1 ระบบตลอดระยะเวลามาตรการ กรมสรรพากร
อีกจุดสำคัญคือให้ใช้สิทธิใน ปีภาษีที่การเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ไม่ใช่พิจารณาเพียงวันที่จ่ายเงินเท่านั้น และค่าใช้จ่ายชุดเดียวกันต้องไม่ถูกนำไปใช้สิทธิซ้ำกับมาตรการภาษีอื่น กรมสรรพากร
17. เงินบริจาคปี 2569 ต้องระวังกฎ e-Donation ใหม่
ปี 2569 มีการเปลี่ยนแปลงด้านเอกสารบริจาคที่สำคัญ โดยตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 การบริจาคให้วัด มูลนิธิ สมาคม กองทุน และองค์กรที่อยู่ภายใต้ประกาศที่เกี่ยวข้อง หากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องดำเนินการผ่านระบบ e-Donation ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด กรมสรรพากร
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายความว่าเงินบริจาคทุกชนิดมีวงเงินเท่ากัน เพราะการบริจาคทั่วไปและการบริจาคที่ได้รับสิทธิเพิ่ม เช่น การศึกษา กีฬา หรือรายการเฉพาะตามกฎหมาย สามารถมีหลักเกณฑ์ต่างกัน แต่สิ่งที่ผู้เสียภาษีควรจำในปี 2569 คือ อย่าดูเพียงใบเสร็จกระดาษ หากเป็นหน่วยรับบริจาคที่อยู่ภายใต้กฎใหม่ ควรตรวจสอบว่าข้อมูลเข้าสู่ e-Donation ถูกต้องแล้ว
Easy E-Receipt 2.0 ยังใช้ลดหย่อนปีภาษี 2569 หรือไม่?
จุดนี้ควรระวังอย่างมาก เพราะหลายเว็บไซต์อาจรวบรวมมาตรการลดหย่อนเก่ามาปะปนกับปี 2569
มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ที่ให้สิทธิสูงสุด 50,000 บาทนั้น ใช้กับการซื้อสินค้าหรือบริการระหว่าง 16 มกราคม-28 กุมภาพันธ์ 2568 และเป็นสิทธิสำหรับปีภาษี 2568 ไม่ใช่รายการที่ควรนำมาใส่เป็นค่าลดหย่อนปีภาษี 2569 โดยอัตโนมัติ กรมสรรพากร
ดังนั้น หากกำลังจัดทำรายการลดหย่อนสำหรับเงินได้ที่เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2569 ควรตรวจสอบปีของมาตรการทุกครั้ง ไม่ควรนำ infographic หรือบทความของปี 2568 มาใช้ต่อโดยเปลี่ยนเพียงเลขปี
ค่าลดหย่อน 2569 ที่ HR และมนุษย์เงินเดือนควรเตรียมตั้งแต่ก่อนสิ้นปี
สำหรับพนักงาน การเตรียมข้อมูลค่าลดหย่อนตั้งแต่ระหว่างปีช่วยให้ตรวจสอบภาษีหัก ณ ที่จ่ายและวางแผนภาษีได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโบนัส รายได้ผันแปร กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF หรือการลงทุน Thai ESG ซึ่งยอดต่าง ๆ อาจมีผลต่อภาษีปลายปี
ควรแยกข้อมูลออกเป็นสองส่วน คือ ข้อมูลที่นายจ้างทราบอยู่แล้ว เช่น เงินเดือน โบนัส เงินสมทบประกันสังคมและเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กับ ข้อมูลส่วนบุคคลที่นายจ้างอาจไม่ทราบ เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ บุตร บิดามารดา ดอกเบี้ยบ้าน RMF Thai ESG หรือเงินบริจาค
หากองค์กรเปิดให้พนักงานแจ้งข้อมูลภาษีผ่านระบบอย่างเป็นขั้นตอน ย่อมช่วยลดความผิดพลาดจากการส่งเอกสารหลายรอบหรือการใช้ไฟล์ Spreadsheet ที่ไม่ตรงกัน
ค่าลดหย่อนภาษีส่งผลต่อภาษีในสลิปเงินเดือนอย่างไร?
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พนักงานเห็นในสลิปเงินเดือนเป็นส่วนหนึ่งของ Payroll และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามรายได้ โบนัสและข้อมูลภาษีที่นำมาคำนวณ หากข้อมูลค่าลดหย่อนที่นายจ้างนำมาประกอบการคำนวณแตกต่างจากสิทธิที่พนักงานจะใช้จริงตอนยื่นแบบปลายปี ภาษีที่ถูกหักระหว่างปีก็อาจไม่เท่ากับภาษีสุดท้าย
ตัวอย่างเช่น พนักงานอาจซื้อ RMF หรือ Thai ESG ในช่วงปลายปี แต่บริษัทไม่ได้รับข้อมูลรายการนี้เพื่อปรับการหักภาษีระหว่างปี เมื่อยื่นแบบประจำปี พนักงานยังสามารถใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ และหากถูกหักภาษีไว้มากกว่าภาษีที่คำนวณได้จริง ก็อาจเกิดยอดขอคืนภาษี
ด้วยเหตุนี้ ระบบ Payroll Software ที่เก็บข้อมูลเงินเดือน ภาษี และ Year-to-Date อย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญต่อทั้งฝ่าย HR และพนักงาน
โปรแแกรม HR และ โปรแกรมเงินเดือน ช่วยจัดการข้อมูลภาษีอย่างไร?
การทำ Payroll ไม่ได้มีเพียงการคำนวณเงินเดือนสุทธิ แต่ต้องจัดการฐานเงินเดือน OT โบนัส Allowance ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และยอดสะสมของพนักงานตลอดปี
หากข้อมูล HR อยู่ในระบบหนึ่ง ข้อมูลเวลาอยู่อีกระบบหนึ่ง และ Payroll คำนวณใน Excel อีกชุดหนึ่ง ฝ่าย HR จำเป็นต้องรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองทุกเดือน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงเรื่องข้อมูลซ้ำ สูตรคำนวณผิด และ Year-to-Date ไม่ตรงกัน
องค์กรจึงควรพิจารณา HR Software และ Payroll Software ที่สามารถเชื่อมข้อมูลบุคลากรเข้าสู่ Payroll ได้โดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ รวมถึงรองรับการเปลี่ยนแปลงของข้อกำหนด เช่น การปรับเพดานประกันสังคมในปี 2569
Sprout One แตกต่างจากโปรแแกรม HR และ โปรแกรม Payroll ทั่วไปอย่างไร?
Sprout One ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงระบบสำหรับรับตัวเลขเงินเดือนแล้วออก Payslip แต่เป็น HR Platform ที่รวมการทำงานของโปรแกรมคำนวณเงินเดือน หรือ Payroll Software และ ระบบลางานออนไลน์ และ ระบบบันทึกเวลาเข้าออกงาน ที่เชื่อมข้อมูลบุคลากรและกระบวนการ Payroll เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ช่วยให้องค์กรจัดการข้อมูลพนักงาน การลา การลงเวลา รายได้ รายการหัก และข้อมูลที่นำไปใช้ใน Payroll ผ่าน workflow ที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น
สำหรับองค์กรที่มีพนักงานจำนวนมาก ความท้าทายมักไม่ใช่เพียง “สูตรภาษีคำนวณได้หรือไม่” แต่คือข้อมูลที่ใช้คำนวณมาจากแหล่งเดียวกันหรือไม่ มีการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลหรือไม่ สามารถตรวจสอบข้อมูลสะสมตลอดปีได้หรือไม่ และระบบสามารถรองรับบริบท Payroll ของประเทศไทยได้เพียงใด
นี่คือจุดที่ Sprout One แตกต่างจากการใช้โปรแกรมเงินเดือนแบบแยกส่วนหรือ Spreadsheet หลายชุด เพราะการเชื่อม โปรแกรม HR และโปรแกรม Payrollไว้ใน ecosystem เดียวช่วยลดงานซ้ำ ลดความเสี่ยงจากข้อมูลคนละเวอร์ชัน และช่วยให้ HR สามารถบริหาร Payroll ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
สรุปค่าลดหย่อนภาษี 2569 มีอะไรใหม่ และต้องระวังอะไร?
สำหรับปีภาษี 2569 ค่าลดหย่อนพื้นฐานหลายรายการยังคงเป็นโครงสร้างเดิม เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท คู่สมรสไม่มีเงินได้ 60,000 บาท บุตรตามเงื่อนไข 30,000-60,000 บาท บิดามารดาคนละ 30,000 บาท ประกันชีวิตสูงสุด 100,000 บาท ประกันสุขภาพตนเองสูงสุด 25,000 บาท และดอกเบี้ยบ้านสูงสุด 100,000 บาท กรมสรรพากร
ส่วนประเด็นที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษในปีนี้ ได้แก่ เงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 ที่มีเพดานสูงขึ้น, Thai ESG ที่ยังใช้วงเงิน 30% สูงสุด 300,000 บาท, Thai ESGX เงินใหม่ที่ใช้วงเงินร่วมกับ Thai ESG, สิทธิต่อเนื่องของผู้ที่สับเปลี่ยน LTF เป็น Thai ESGX ตั้งแต่ปี 2568, Solar Rooftop สูงสุด 200,000 บาท และกฎ e-Donation ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 SEC Thailand
สำหรับองค์กร การอัปเดตภาษี ประกันสังคม และ Payroll อย่างต่อเนื่องมีผลโดยตรงต่อความถูกต้องของเงินเดือนและประสบการณ์ของพนักงาน หากองค์กรของคุณกำลังมองหา HR Software, โปรแกรม HR, Payroll Software, โปรแกรมเงินเดือน หรือโปรแกรม payroll ที่ช่วยเชื่อมข้อมูล HR และ Payroll ให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ Sprout One พร้อมสนับสนุนการบริหารบุคลากรและ Payroll สำหรับองค์กรในประเทศไทย
กรอกแบบฟอร์ม Enquiry เพื่อจองเวลาปรึกษากับทีม Sprout One ทัก LINE หรือโทรหาเรา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความต้องการด้าน HR และ Payroll ขององค์กร และดูว่า Sprout One สามารถช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการ Payroll และการบริหารข้อมูลพนักงานได้อย่างไร
FAQ ค่าลดหย่อนภาษี 2569
1. ค่าลดหย่อนส่วนตัวปี 2569 เท่าไร?
ค่าลดหย่อนส่วนตัวของผู้มีเงินได้อยู่ที่ 60,000 บาท ตามมาตรา 47 แห่งประมวลรัษฎากร โดยเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้มีเงินได้ ไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายจริงเพื่อขอใช้สิทธิจำนวนนี้ กรมสรรพากร
2. ประกันสังคมปี 2569 ลดหย่อนภาษีได้ 10,500 บาทหรือไม่?
หากเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบสูงสุด 875 บาทครบทั้ง 12 เดือน ยอดที่จ่ายจะเท่ากับ 10,500 บาท แต่การใช้สิทธิควรอิง จำนวนเงินที่จ่ายจริง เพราะบางคนอาจไม่ได้ส่งครบปีหรืออยู่ภายใต้มาตรการลดอัตราเงินสมทบเฉพาะกรณี Region 4 PRD
3. Thai ESG ปี 2569 ลดหย่อนได้เท่าไร?
Thai ESG ปี 2569 สามารถใช้สิทธิได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขการถือครอง ก.ล.ต. ระบุว่าวงเงินพิเศษนี้ใช้กับการลงทุนในช่วงปี 2567-2569 SEC Thailand
4. Solar Rooftop ปี 2569 ลดหย่อนภาษีได้จริงไหม?
ได้ หากเข้าเงื่อนไขของมาตรการ สามารถใช้ค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้ง Solar Rooftop ตามจริงรวมสูงสุด 200,000 บาท ต้องได้รับ e-Tax Invoice จากผู้ประกอบการที่เข้าเงื่อนไข และใช้สิทธิในปีที่เชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ โดยใช้สิทธิได้หนึ่งครั้งและไม่เกินหนึ่งระบบตลอดมาตรการ กรมสรรพากร
5. Easy E-Receipt 50,000 บาท ใช้เป็นค่าลดหย่อนปี 2569 ได้ไหม?
มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ที่วงเงินสูงสุด 50,000 บาทครอบคลุมการซื้อสินค้าและบริการช่วง 16 มกราคม-28 กุมภาพันธ์ 2568 จึงเป็นสิทธิของปีภาษี 2568 ไม่ควรนำมาใส่เป็นรายการลดหย่อนปี 2569 โดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะมีมาตรการใหม่ที่ประกาศใช้ต่างหากในภายหลัง กรมสรรพากร
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้ให้น้ำหนักกับแหล่งข้อมูลภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลเป็นหลัก ได้แก่
- กรมสรรพากร (Revenue Department) — ใช้ตรวจสอบประมวลรัษฎากร มาตรา 47 เรื่องค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร และคนพิการ รวมถึงหลักเกณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ บิดามารดา RMF และค่าลดหย่อนอื่น ๆ กรมสรรพากร
- กรมสรรพากร – มาตรการ Solar Rooftop — ใช้ยืนยันสิทธิค่าซื้อและติดตั้ง Solar Rooftop สูงสุด 200,000 บาท เงื่อนไข e-Tax Invoice การเชื่อมต่อโครงข่าย และการใช้สิทธิหนึ่งครั้งตลอดมาตรการ กรมสรรพากร
- สำนักงาน ก.ล.ต. — ใช้ตรวจสอบสิทธิ Thai ESG ปี 2569, วงเงิน 30% สูงสุด 300,000 บาท, การรวมวงเงิน Thai ESGX ตั้งแต่ปี 2569 และสิทธิที่ทยอยต่อเนื่องจากการสับเปลี่ยน LTF ไป Thai ESGX SEC Thailand
- กรมสรรพากร – e-Donation — ใช้ยืนยันการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งการบริจาคให้หน่วยรับบริจาคตามประเภทที่กำหนดต้องดำเนินการผ่านระบบ e-Donation เพื่อใช้สิทธิทางภาษี กรมสรรพากร
- กรมสรรพากร – Easy E-Receipt 2.0 — ใช้ยืนยันว่ามาตรการวงเงิน 50,000 บาทที่หลายบทความยังกล่าวถึง เป็นมาตรการสำหรับการใช้จ่ายระหว่าง 16 มกราคม-28 กุมภาพันธ์ 2568 ไม่ใช่ค่าลดหย่อนพื้นฐานของปีภาษี 2569 กรมสรรพากร
- สำนักงานประกันสังคม/กรมประชาสัมพันธ์ — ใช้ประกอบข้อมูลการปรับเพดานค่าจ้างมาตรา 33 เป็น 17,500 บาทในปี 2569 ซึ่งทำให้เงินสมทบส่วนลูกจ้างสูงสุดตามอัตราปกติเป็น 875 บาทต่อเดือน Region 4 PRD
Sprout One : ระบบ HR All-In-One ชั้นนำของไทย
Sprout One โซลูชั่น คือ All-In-One รวม ระบบ HR ครบวงจร ทั้งโปรแกรมเงินเดือน, โปรแกรมเงินเดือน Payroll, ระบบลางานออนไลน์, ระบบบันทึกเวลาเข้าออกงาน, ระบบจัดการผู้สมัครงาน, ระบบประเมินผลและเครื่องมือการเรียนรู้ของพนักงาน, ระบบ LMS
ทำความรู้จัก SPROUT ONEจองเวลาสาธิตระบบ
Sprout One โซลูชั่นได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรยุคใหม่โดยเฉพาะ ช่วยให้การจัดการพนักงาน เงินเดือน การลงเวลา การลา สวัสดิการ งานสมัครงาน งานประเมินผล งานฝึกอบรมและงาน HR อื่นที่ซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่ายบนแพลตฟอร์มเดียว ด้วยระบบที่ออกแบบให้รองรับกับกฎหมายแรงงานไทย 100% ภาษี และประกันสังคมของประเทศไทยอย่างครบถ้วน พร้อมเพิ่มความถูกต้อง ลดงานเอกสาร ลดภาระงานด้านธุรการ และช่วยให้องค์กรและพนักงานทำงานได้อย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และพร้อมเติบโตในยุคดิจิทัล
รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!
Table of Contents

Kris Vega
Manager - Web & Creatives Marketing
ด้วยประสบการณ์ด้านครีเอทีฟและการตลาดมากกว่า 9 ปี คุณคริส เวก้า เป็นผู้กำหนดทิศทางและดูแลภาพรวมของเว็บไซต์ Sprout Solutions พร้อมทั้งดูแลเนื้อหา การออกแบบ และกลยุทธ์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน
รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!
บทความที่น่าสนใจ
บริการอื่นๆ ที่น่าสนใจ
เข้าถึงบริการใหม่ๆ จาก Sprout และพาร์ตเนอร์ เพื่อนำมาใช้พัฒนาองค์กรของคุณ
Totem Payroll
ซอฟต์แวร์บริหารจัดการเงินเดือนออนไลน์ เหมาะสำหรับทุกขนาดขององค์กร
Sprout Keeper
ผู้ช่วยที่พร้อมจัดการเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ
Recruitment
สรรหาพนักงานให้พร้อมรับกับการเติบโตของคุณ
















