การสรรหาแห่งอนาคตในประเทศไทย: เมื่อเทคโนโลยี AI ร่วมขับเคลื่อน แต่ “คน” ยังคงเป็นหัวใจ

ในงาน The State of HR in Thailand 2025 ที่จัดโดย Sprout Solutions Thailand หัวข้อ “Reimagining Recruitment: AI, Trends, and Talent Acquisition in Thailand 2025” ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลาม โดยมี คุณ Lalitphatr Chaimongkol เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมด้วย 3 วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ:

  • คุณ Sophon Surachedpaisarn (Ananda Development PLC)
  • คุณ Rodrigo Aquino (Manatal)
  • คุณ  Faizan Ahmed (ANCOR)

บทสนทนาเปิดมุมมองใหม่ ๆ ต่อการสรรหาในยุคที่ AI ก้าวล้ำ ความต้องการของผู้สมัครเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และองค์กรต้องเร่งปรับตัวในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

แรงเสียดทานของยุคใหม่: ความยืดหยุ่น vs โครงสร้างแบบเดิม

คุณ  Faizan เริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นถึงความท้าทายใหญ่ของการสรรหาในปี 2025 — นั่นคือ ความยืดหยุ่นในการทำงาน ซึ่งกลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของผู้สมัคร โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 20–34 ปี

จากการสำรวจผู้ตอบกว่า 7,000 คน พบว่า ผู้สมัครรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Agile หรือ Remote มากกว่าความมั่นคงแบบเดิม ซึ่งทำให้องค์กรต้องหาจุดสมดุลระหว่างการกลับเข้า

คุณ  Faizan เริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นถึงความท้าทายใหญ่ของการสรรหาในปี 2025 — นั่นคือ ความยืดหยุ่นในการทำงาน ซึ่งกลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของผู้สมัคร โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 20–34 ปี

จากการสำรวจผู้ตอบกว่า 7,000 คน พบว่า ผู้สมัครรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Agile หรือ Remote มากกว่าความมั่นคงแบบเดิม ซึ่งทำให้องค์กรต้องหาจุดสมดุลระหว่างการกลับเข้าที่ทำงาน กับการรักษาความคล่องตัวที่พนักงานต้องการ

ตามการสำรวจ Gen Z และ Millennial ของ Deloitte 2024 พบว่า ความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวเป็นข้อพิจารณาอันดับต้น ๆ เมื่อแรงงานรุ่นใหม่เลือกนายจ้าง โดยประมาณหนึ่งในสามทำงานให้กับองค์กรที่มีนโยบายกลับมาทำงานที่สำนักงาน

ที่ทำงาน กับการรักษาความคล่องตัวที่พนักงานต้องการ

ตามการสำรวจ Gen Z และ Millennial ของ Deloitte 2024 พบว่า ความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวเป็นข้อพิจารณาอันดับต้น ๆ เมื่อแรงงานรุ่นใหม่เลือกนายจ้าง โดยประมาณหนึ่งในสามทำงานให้กับองค์กรที่มีนโยบายกลับมาทำงานที่สำนักงาน

AI: เครื่องมือเสริม ไม่ใช่ผู้แทน

คุณ Rodrigo จาก Manatal ย้ำว่า การใช้ AI ในการสรรหาไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่มันเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน โดย JD จำนวนมากเริ่มระบุความสามารถด้าน AI เป็นข้อกำหนดพื้นฐาน ไม่ต่างจาก Microsoft Office ในอดีต

อย่างไรก็ตาม AI ไม่ได้มาแทนที่ “คน” แต่ช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และแม่นยำขึ้น เขาเปรียบ AI ว่าเป็น ส่วนต่อขยายของสมองที่ช่วยคัดกรองใบสมัครนับร้อยในพริบตา และให้ทีมสรรหามีเวลามากขึ้นสำหรับ งานที่ต้องใช้หัวใจ

การวิจัยจากสถิติการสรรหาด้วย AI แสดงให้เห็นว่า 63% ของนักสรรหาเชื่อว่า AI จะมาแทนที่การคัดกรองผู้สมัครในอนาคต ขณะที่ตลาด AI สำหรับการสรรหาทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 1.12 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

มุมมองจากองค์กร: ใช้ AI อย่างมีกลยุทธ์

คุณ Sophon จาก Ananda Development ยกตัวอย่างการใช้ “AnandaGPT” ซึ่งเป็นแชตบอทภายในองค์กรที่เชื่อมต่อ API กับ ChatGPT เพื่อช่วยคัดกรองเรซูเม่ สร้างรายงานอัตโนมัติ และแนะนำผู้สมัครตามคุณสมบัติที่เหมาะสมกับแต่ละทีม

แต่เขาก็เตือนว่า การใช้ AI ต้องเริ่มจาก ความเข้าใจก่อน ไม่ใช่แค่สอนการพิมพ์ Prompt แต่ต้องรู้ว่า AI ทำอะไรได้บ้าง และไม่สามารถทำอะไรได้ โดยเฉพาะในองค์กรที่พนักงานยังมีความรู้ด้านนี้ไม่มาก

อคติของระบบ และการ โกงด้วย AI

คำถามจากผู้ฟังสะท้อนถึงความกังวลเรื่องความลำเอียงของ AI ในการคัดเลือก และผู้สมัครที่ใช้ AI ช่วยตอบคำถามสัมภาษณ์

คณะวิทยากรเห็นพ้องกันว่า AI ไม่ควรเป็นตัวตัดสินสุดท้าย แต่ควรใช้เพื่อลดปริมาณข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง และเปิดพื้นที่ให้มนุษย์พิจารณาอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น เช่น การตั้งคำถามที่เจาะลึก หรือการใช้ช่วงทดลองงานเพื่อดูผลงานจริง

นักสรรหาในอนาคต: นักกลยุทธ์ + นักการตลาด + ผู้ใช้เทคโนโลยีอย่างเข้าใจ

ทุกคนเห็นตรงกันว่า นักสรรหายุคใหม่ ต้องมีมากกว่าทักษะการคัดเลือก พวกเขาต้องเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูล เข้าใจธุรกิจ และรู้จัก ขายงานอย่างสร้างสรรค์

คุณ Sophon กล่าวว่า นักสรรหาควรเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังหาคนมาทำ ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ดลงในระบบ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน เช่น อสังหาริมทรัพย์หรือเทคโนโลยี

สิ่งนี้สอดคล้องกับผลการวิจัยจาก LinkedIn’s Future of Recruiting 2024 ที่เน้นว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหากำลังกลายเป็น “นักสรรหาแบบครบวงจร” ที่สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นในหน้าที่และขั้นตอนการจ้างงานที่แตกต่างกัน

จุดต่างที่AI ไม่มีวันทดแทน: ความเห็นอกเห็นใจ

ตอนท้ายของเวที คุณ  Faizan เน้นว่า การรักษาพนักงานอยู่ที่องค์กร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ สวัสดิการที่ตอบโจทย์ชีวิต เช่น ประกันสุขภาพครอบครัว กองทุนฉุกเฉิน หรือความยืดหยุ่นในการทำงาน

ขณะที่ คุณ Rodrigo แนะนำว่า AI ไม่จำเป็นต้องแพงหรือซับซ้อน มีเครื่องมือมากมายที่ HR สามารถเริ่มใช้ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น AI Note Taker, ระบบ ATS, หรือ Chatbot เชิงรับสมัครงาน

บทสรุป: มนุษย์ + AI = อนาคตของการสรรหา

คุณ Lalitphatr กล่าวสรุปไว้อย่างชัดเจนว่า การสรรหาไม่ใช่แค่ฟังก์ชันอีกต่อไป แต่มันคือพันธกิจผู้ชนะในโลกของการจ้างงานในอนาคต จะไม่ใช่แค่คนที่ใช้ AI ได้ แต่คือคนที่เข้าใจมนุษย์และรู้ว่าจะใช้ AI อย่างไร ให้เสริมคุณค่านั้นได้ดีที่สุด

ในโลกของการจ้างงานที่เต็มไปด้วยความเร็วและข้อมูล การมี หัวใจจะกลายเป็นข้อได้เปรียบที่หายากที่สุด

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ผู้สมัครไม่ได้มองหาแค่ “งาน” — แต่กำลังมองหา “ที่ที่พวกเขาจะมีคุณค่า” ดังที่ ตลาดแรงงานของประเทศไทยยังคงพัฒนาต่อไป โดยมี 79% ของผู้หางานชาวไทยสนใจแสวงหาโอกาสในต่างประเทศ และมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในความต้องการการทำงานระยะไกล อนาคตจึงเป็นของนักสรรหาที่สามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเทคโนโลยีและความเป็นมนุษย์

รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!

Kris Vega

Manager - Web & Creatives Marketing

ด้วยประสบการณ์ด้านครีเอทีฟและการตลาดมากกว่า 9 ปี คุณคริส เวก้า เป็นผู้กำหนดทิศทางและดูแลภาพรวมของเว็บไซต์ Sprout Solutions พร้อมทั้งดูแลเนื้อหา การออกแบบ และกลยุทธ์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน

[blog_author_photo]
[blog_author_name]
[blog_author_designation]
[blog_author_description]

รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!

บริการอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เข้าถึงบริการใหม่ๆ จาก Sprout และพาร์ตเนอร์ เพื่อนำมาใช้พัฒนาองค์กรของคุณ

Scroll to Top