ระบบเงินเดือนบริษัทใหม่ในประเทศไทย: Checklist ฉบับผู้ก่อตั้งที่ต้องรู้ก่อนจ่ายเงินเดือนครั้งแรก
- Published Date:
เปิดบริษัทใหม่ มีพนักงานกลุ่มแรกแล้ว — แต่พอถึงเวลาจ่ายเงินเดือน หลายคนเพิ่งรู้ว่า “งานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด” ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม หรือกฎหมายแรงงานที่ต้องปฏิบัติตาม ถ้าพลาดขั้นตอนไหนสักขั้น อาจโดนค่าปรับหรือมีปัญหากับพนักงานได้เลย บทความนี้รวบรวม checklist การตั้งระบบเงินเดือนบริษัทใหม่ในประเทศไทย ที่ครบถ้วนและใช้งานได้จริงสำหรับผู้ก่อตั้งและ HR มือใหม่ทุกคน
ทำไมการตั้งระบบ Payroll ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นถึงสำคัญมาก?
หลายบริษัทเริ่มต้นด้วยการใช้ Excel หรือคำนวณเองด้วยมือ ซึ่งพออยู่ในช่วงพนักงาน 5–10 คน อาจจะยังพอไปได้ แต่พอขยายทีมขึ้น ปัญหาก็ตามมาทันที เช่น ลืมคำนวณ OT ผิด หักประกันสังคมไม่ครบ หรือยื่นภาษีล่าช้าจนโดนเบี้ยปรับ
นอกจากนั้น พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ยังกำหนดให้บริษัทต้องจัดการข้อมูลพนักงานอย่างปลอดภัย ซึ่งรวมถึงข้อมูลเงินเดือนด้วย การใช้ระบบที่ได้มาตรฐานจึงไม่ใช่แค่เรื่องสะดวก แต่เป็นเรื่องของความสอดคล้องทางกฎหมายด้วย
Checklist ตั้งระบบเงินเดือนสำหรับบริษัทใหม่ในไทย
1. จดทะเบียนนายจ้างกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ก่อนจ่ายเงินเดือนครั้งแรก บริษัทต้องดำเนินการกับหน่วยงานเหล่านี้:
- กรมสรรพากร — ขึ้นทะเบียนเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) เพื่อนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงาน
- สำนักงานประกันสังคม — ขึ้นทะเบียนนายจ้างและพนักงานภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีพนักงานคนแรก
- กองทุนทดแทน — ลงทะเบียนเพื่อประกันอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน
หากพลาดขั้นตอนเหล่านี้ มีโทษปรับและอาจมีผลต่อสิทธิ์ของพนักงานด้วย
2. กำหนดโครงสร้างเงินเดือนและรายการจ่ายให้ชัดเจน
บริษัทควรกำหนดว่าจะมีรายการอะไรบ้างในสลิปเงินเดือน เช่น:
- เงินเดือนพื้นฐาน
- ค่าล่วงเวลา (OT) — คำนวณตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ซึ่งกำหนดอัตรา OT วันธรรมดา 1.5 เท่า และวันหยุด 2–3 เท่า
- เบี้ยเลี้ยงและค่าพาหนะ — บางรายการได้รับการยกเว้นภาษี
- โบนัสและค่าคอมมิชชั่น
- รายการหัก: ประกันสังคม (ฝั่งพนักงาน 5%), ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี)
ระบบ Payroll จาก Sprout ช่วยคำนวณรายการเหล่านี้แบบอัตโนมัติ ลดข้อผิดพลาดจากการคำนวณด้วยมือได้อย่างมาก
3. ทำความเข้าใจภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและระบบ Withholding Tax
พนักงานแต่ละคนมีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรายได้และค่าลดหย่อนที่มี HR จึงต้องเก็บข้อมูลจากพนักงานให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น:
- แบบ ลย.01 หรือข้อมูลค่าลดหย่อนส่วนตัว
- สถานะสมรสและจำนวนบุตร (ถ้ามี)
- เบี้ยประกันชีวิตและกองทุน RMF/SSF ที่นำมาลดหย่อนได้
จากนั้นบริษัทต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 1 ทุกเดือน และ ภ.ง.ด. 1ก ทุกปี ภายในกำหนดเวลา
4. ตั้งระบบบันทึกเวลาและการลา
Payroll ที่ถูกต้องต้องอาศัยข้อมูลเวลาทำงานที่แม่นยำ หากพนักงานลาหรือทำ OT โดยไม่มีการบันทึก จะทำให้คำนวณเงินเดือนผิดได้ ลองพิจารณาใช้:
- ระบบบันทึกเวลา (Attendance) ที่รองรับ GPS check-in หรือสแกนใบหน้า
- ระบบจัดการวันลา (Leave) ที่พนักงานสามารถยื่นขอผ่านสมาร์ทโฟน และ HR อนุมัติแบบ Real-time
เมื่อข้อมูลการลาและเวลาทำงานเชื่อมต่อกับ Payroll โดยอัตโนมัติ งานของ HR จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
5. จัดทำสลิปเงินเดือนที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน นายจ้างมีหน้าที่ออกสลิปเงินเดือนให้พนักงานทุกครั้งที่มีการจ่าย สลิปต้องระบุ:
- ชื่อนายจ้างและลูกจ้าง
- งวดการจ่าย
- รายการรายได้และรายการหักแต่ละรายการ
- ยอดสุทธิที่ได้รับ
ระบบ Payroll ที่ดีจะสร้างสลิปเงินเดือนแบบดิจิทัลโดยอัตโนมัติ และส่งให้พนักงานได้ทันทีผ่านแอป
6. สร้างระบบจัดเก็บเอกสาร HR ให้ปลอดภัย
เอกสาร HR เช่น สัญญาจ้าง ใบลา แบบฟอร์มค่าลดหย่อน และบันทึกเงินเดือน ต้องถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและสามารถเรียกดูได้ง่าย โดยเฉพาะในกรณีที่มีการตรวจสอบจากสรรพากรหรือประกันสังคม
Sprout Keeper เป็นระบบจัดเก็บเอกสาร HR บนคลาวด์ที่ตอบโจทย์ข้อกำหนด PDPA ช่วยให้บริษัทจัดการข้อมูลพนักงานได้อย่างมีระเบียบและปลอดภัย
7. กำหนด Payroll Calendar และ Workflow อย่างชัดเจน
วางแผนว่าแต่ละเดือนจะมีขั้นตอน Payroll อย่างไร เช่น:
| วัน | กิจกรรม |
| วันที่ 25 | ปิด Timesheet และรวบรวมข้อมูลการลา |
| วันที่ 27 | HR ตรวจสอบและอนุมัติข้อมูล |
| วันที่ 28 | Run Payroll และตรวจ Payslip |
| วันที่ 30 | โอนเงินเดือน + ยื่นแบบประกันสังคม |
| วันที่ 7 ของเดือนถัดไป | ยื่น ภ.ง.ด.1 |
การมี Calendar ที่ชัดเจนช่วยลดความเสี่ยงในการยื่นล่าช้าได้มาก
เคล็ดลับพิเศษสำหรับบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้น
- อย่ารอให้มีพนักงาน 10 คนค่อยตั้งระบบ — ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งไม่มีข้อมูลที่ต้องแก้ย้อนหลัง
- แยก account ธนาคารสำหรับ Payroll — ช่วยให้ tracking ง่ายขึ้นและลดความสับสน
- ตรวจสอบการอัปเดตกฎหมายทุกปี — อัตราประกันสังคม ค่าแรงขั้นต่ำ และกฎหมายแรงงานอาจมีการเปลี่ยนแปลง
- ให้พนักงานกรอกข้อมูลตัวเองผ่านระบบ — ลดภาระ HR และลดข้อผิดพลาดจากการพิมพ์
ทำไม Sprout ถึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับระบบเงินเดือนบริษัทใหม่ในประเทศไทย?
Sprout ถูกออกแบบมาเพื่อบริษัทในไทยโดยเฉพาะ ครอบคลุมทุกฟังก์ชันที่ HR ต้องการในระบบเดียว:
- Payroll อัตโนมัติ — คำนวณภาษี ประกันสังคม และ OT ได้ถูกต้องตามกฎหมายไทย
- สลิปเงินเดือนดิจิทัล — ส่งให้พนักงานผ่านแอปทันที ไม่ต้องพิมพ์กระดาษ
- เชื่อมต่อกับ Leave และ Attendance — ข้อมูลไหลอัตโนมัติ ไม่ต้องกรอกซ้ำ
- รองรับ PDPA — ข้อมูลพนักงานถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน
- ทีมซัพพอร์ตภาษาไทย — ช่วยเหลือตั้งแต่วันแรก
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า Payroll ของ Sprout หรือดูผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย
บริษัทใหม่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายในกี่วัน?
บริษัทต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและพนักงานกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีลูกจ้างคนแรก หากพลาดกำหนดนี้อาจมีค่าปรับตามมา ดังนั้นควรดำเนินการตั้งแต่วันแรกที่รับพนักงานเข้าทำงาน
ระบบเงินเดือนบริษัทใหม่ในประเทศไทยต้องมีฟีเจอร์อะไรบ้าง?
ระบบ Payroll ที่ดีสำหรับบริษัทในไทยควรรองรับการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และ OT ตามกฎหมายแรงงานไทย รวมถึงสร้างสลิปเงินเดือนได้อัตโนมัติ ยื่นแบบภาษีได้ และจัดเก็บข้อมูลตามมาตรฐาน PDPA
ใช้ Excel คำนวณเงินเดือนได้ไหม?
ได้ แต่ไม่แนะนำสำหรับระยะยาว เพราะ Excel ไม่มีระบบตรวจสอบอัตโนมัติ ผิดพลาดได้ง่าย และไม่รองรับการอัปเดตอัตราภาษีหรือประกันสังคมอัตโนมัติ เมื่อทีมเติบโตขึ้น ความเสี่ยงของข้อผิดพลาดก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
บริษัทต้องยื่น ภ.ง.ด.1 บ่อยแค่ไหน?
ต้องยื่น ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing) และต้องยื่น ภ.ง.ด.1ก เป็นรายปีด้วย
หากพนักงานลาออกกลางเดือน ต้องคำนวณเงินเดือนอย่างไร?
ต้องคำนวณตามจำนวนวันทำงานจริงในเดือนนั้น โดยนำเงินเดือนต่อเดือนหารด้วยจำนวนวันทำงานปกติในเดือน แล้วคูณด้วยจำนวนวันที่ทำงานจริง รวมถึงต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย (ถ้ามี) และออกหนังสือรับรองการทำงาน
ระบบ Payroll ช่วยเรื่อง PDPA ได้อย่างไร?
ระบบ Payroll ที่ได้มาตรฐาน PDPA จะเข้ารหัสข้อมูลพนักงาน กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาต และมีระบบบันทึก audit trail หากมีการเข้าถึงข้อมูล ช่วยให้บริษัทสอดคล้องกับข้อกำหนด PDPA ได้อย่างครบถ้วน
ค่าประกันสังคมในไทยคำนวณอย่างไร?
ปัจจุบัน (ปี 2025–2026) พนักงานและนายจ้างฝ่ายละ 5% ของค่าจ้าง โดยมีฐานสูงสุดที่ 15,000 บาท ดังนั้นสูงสุดต่อเดือนอยู่ที่ 750 บาทต่อฝ่าย ตัวเลขนี้อาจมีการปรับเปลี่ยนตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม
ถ้าบริษัทมีพนักงานต่างชาติ ต้องทำอย่างไรพิเศษ?
พนักงานต่างชาติที่ทำงานในไทยต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมเช่นกัน (ยกเว้นบางกรณีตามสนธิสัญญาทวิภาคี) และต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยหากมีรายได้จากในประเทศ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและกฎหมายแรงงานเพื่อความมั่นใจ
สรุปและ CTA
การตั้งระบบเงินเดือนบริษัทใหม่ในประเทศไทยให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่เรื่องของความเป็นระเบียบ แต่เป็นการปกป้องบริษัทจากความเสี่ยงทางกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงาน ยิ่งเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรก ยิ่งประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว
พร้อมเริ่มต้นกับระบบ Payroll ที่ออกแบบมาสำหรับประเทศไทย?
ดูระบบ Payroll ของ Sprout นัดเวลาพูดคุยกับทีม Sprout ฟรี
ติดตาม Sprout เพิ่มเติมได้ที่:
รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!
Table of Contents

Kris Zbikowski
Chief Technology Officer
คุณคริส มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาแอปพลิเคชันมากกว่า 15 ปี และใช้ชีวิตในประเทศไทยมาเกือบตลอดช่วงเวลาเดียวกัน ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี (CTO) ของ Sprout Solutions Thailand เขาดูแลการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลักของเรา ได้แก่ Totem และ Keeper เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของลูกค้า
รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!
บริการอื่นๆ ที่น่าสนใจ
เข้าถึงบริการใหม่ๆ จาก Sprout และพาร์ตเนอร์ เพื่อนำมาใช้พัฒนาองค์กรของคุณ
Totem Payroll
ซอฟต์แวร์บริหารจัดการเงินเดือนออนไลน์ เหมาะสำหรับทุกขนาดขององค์กร
Sprout Keeper
ผู้ช่วยที่พร้อมจัดการเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ
Recruitment
สรรหาพนักงานให้พร้อมรับกับการเติบโตของคุณ




















