เพิ่มเพื่อน วิธีที่ธุรกิจไทยสามารถนำ Generative AI มาใช้ในที่ทำงาน | Sprout Solutions Thailand

วิธีที่ธุรกิจไทยสามารถนำ Generative AI มาใช้ในที่ทำงาน

Sprout Solutions Thailand หยิบยกหัวข้อที่กำลังเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในแวดวงธุรกิจยุคใหม่มาแบ่งปัน นั่นคือวิธีที่ธุรกิจในประเทศไทยสามารถนำ Generative AI (GenAI) และ Prompt Engineering มาประยุกต์ใช้ในการทำงานประจำวันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขับเคลื่อนองค์กรอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น SME ในกรุงเทพฯ หรือองค์กรขนาดใหญ่ในเชียงใหม่และภูเก็ต ธุรกิจไทยต่างก็เริ่มหันมาสนใจการนำเครื่องมือ AI เข้ามาผสานกับกระบวนการทำงานอย่างจริงจัง แต่ควรเริ่มต้นจากตรงไหน? บทความนี้จะอธิบายสิ่งสำคัญที่ผู้นำธุรกิจและทีม HR ของไทยทุกคนควรรู้เกี่ยวกับการนำ AI เข้าสู่องค์กร ตั้งแต่การทลายความเชื่อผิดๆ ไปจนถึงเทคนิค Prompt Engineering ที่ได้ผลจริง

ปรับความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ AI ในที่ทำงานของไทย

อุปสรรคสำคัญที่สุดประการหนึ่งในการนำ AI มาใช้ในประเทศไทยและทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือความกลัวและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หลายคนเมื่อได้ยินคำว่า “AI” มักนึกถึงภาพหุ่นยนต์อัจฉริยะล้ำสมัยอย่างในภาพยนตร์ไซไฟ เครื่องจักรที่คอยยึดครองตำแหน่งงานและทำให้มนุษย์ล้าสมัย

ความจริงแล้วไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น และมีประโยชน์มากกว่าที่คิดเสียด้วย Generative AI อาทิ ChatGPT, Google Gemini และ Microsoft Copilot เปรียบได้กับผู้ช่วยอัจฉริยะ ไม่ใช่ตัวแทนที่จะมาแทนที่มนุษย์ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้น เขียนได้ดีขึ้น และคิดเชิงกลยุทธ์ได้คมขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะมาแย่งงานคนไทย

อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดที่ต้องตระหนักอย่างหนึ่ง นั่นคือ AI อาจเกิดสิ่งที่เรียกว่า “AI Hallucination” หรือการที่ AI สร้างข้อมูลที่ฟังดูน่าเชื่อถือแต่ผิดพลาดหรือไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลที่ใช้ฝึกระบบมีไม่เพียงพอหรือคำสั่งที่ให้ไปนั้นคลุมเครือเกินไป นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวิธีที่คุณสั่งงาน AI จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ผู้เชี่ยวชาญชาวไทยที่เข้าใจจุดนี้จะได้เปรียบอย่างมากในการใช้ Generative AI ให้เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แทนที่จะกลายเป็นความเสี่ยงให้กับองค์กร

รับมืออุปสรรคการนำ AI มาใช้ในองค์กรไทย

การนำ AI มาใช้ในที่ทำงานกำลังเร่งตัวขึ้นทั่วโลก จากงานวิจัยที่มีการอ้างอิงอย่างกว้างขวาง พบว่าประมาณ 72% ของธุรกิจทั่วโลกใช้ AI ในกระบวนการทางธุรกิจหลักอย่างน้อยหนึ่งส่วนแล้ว สำหรับประเทศไทย การนำ AI มาใช้กำลังเติบโตขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในภาคการผลิต ค้าปลีก บริการทางการเงิน และระบบนิเวศ Startup ที่กำลังเฟื่องฟูในย่านเทคโนโลยีของกรุงเทพฯ

แต่ความท้าทายก็ยังมีอยู่ งานศึกษาชี้ให้เห็นว่าเมื่อพนักงานใช้ AI กับงานที่เหมาะสม ประสิทธิภาพสามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 40% แต่หากนำ AI ไปใช้กับงานที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่องานนั้น ประสิทธิภาพอาจลดลง 20% ถึง 25% ทางออกไม่ใช่การหลีกเลี่ยง AI แต่คือการเรียนรู้วิธีใช้อย่างถูกต้อง

ต่อไปนี้คืออุปสรรคที่พบบ่อยที่สุดในการนำ AI มาใช้ในธุรกิจไทย พร้อมแนวทางรับมือ

ขาดการวางแผนที่ดีพอ

หลายองค์กรไทยเร่งนำ AI มาใช้โดยไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน การสั่งให้พนักงานใช้เครื่องมือ AI โดยไม่ระบุว่าจะนำไปใช้กับงานส่วนไหนอย่างเป็นรูปธรรม มักนำไปสู่ความสับสนและการสูญเสียทรัพยากร

ก่อนที่จะปรับใช้ระบบ AI ใดๆ ผู้นำธุรกิจควรประเมินอย่างรอบคอบว่างานใดที่ซ้ำซากและใช้เวลามาก เช่น การประมวลผลเงินเดือน การติดตามการเข้างาน การจัดทำเอกสาร HR หรือการคัดกรองผู้สมัครงาน และพิจารณาว่า AI จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดเวลาได้จริงหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความสามารถในการขยายระบบ การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม HR หรือ ERP ที่มีอยู่ และผลตอบแทนในระยะยาว

สำหรับทีม HR ของไทยโดยเฉพาะ เครื่องมืออย่าง Sprout Solutions Thailand ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยทำให้งาน HR หลักเป็นระบบอัตโนมัติ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ทีมได้ทุ่มเทกับงานที่ต้องการความเป็นมนุษย์มากขึ้น

การอบรมที่ไม่เพียงพอ

แม้แต่เครื่องมือ AI ที่ดีที่สุดก็จะให้ผลลัพธ์ต่ำกว่าศักยภาพหากพนักงานไม่รู้วิธีใช้ ในบริบทของไทยที่ระดับความรู้ด้านเทคโนโลยีอาจแตกต่างกันมากระหว่างอุตสาหกรรมและภูมิภาค การลงทุนกับการอบรมที่เหมาะสมจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น

การจัดเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติ คู่มือทีละขั้นตอนทั้งภาษาไทยและอังกฤษ และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ล้วนช่วยให้ทีมงานพัฒนาทักษะ AI ได้อย่างมั่นใจ เมื่อพนักงานใช้เครื่องมือ AI ได้อย่างคล่องแคล่ว พวกเขาจะใช้บ่อยขึ้นและได้ผลดีขึ้น สร้างประโยชน์เชิงผลิตภาพที่ทบทวีไปทั่วทั้งองค์กร

ความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลง

ความท้าทายที่เป็นมนุษย์ที่สุด คือพนักงานบางส่วนเพียงแค่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงวิธีทำงาน ในประเทศไทยที่วัฒนธรรมองค์กรมักให้ความสำคัญกับความมั่นคงและกระบวนการที่อิงตามอาวุโส การแนะนำเครื่องมือ AI ใหม่อาจพบกับความสงสัยหรือการต่อต้านอย่างเงียบๆ

ยาแก้ที่ดีที่สุดคือการสื่อสารที่โปร่งใสและเต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ ผู้นำต้องอธิบายอย่างชัดเจนว่า AI จะและจะไม่ทำอะไร และย้ำให้ชัดว่า AI มีไว้เพื่อเสริมการทำงานของมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่ การเน้นว่า AI จะช่วยลดงานซ้ำซากน่าเบื่อ ทำให้พนักงานไทยมีเวลาทุ่มเทกับงานเชิงสร้างสรรค์และมีความหมายมากขึ้น มักช่วยลดความวิตกกังวลและสร้างความยอมรับได้ดี

ตัวอย่างการใช้ GenAI ในธุรกิจไทยในชีวิตจริง

แล้ว AI ปรากฏอยู่ในการทำงานประจำวันของธุรกิจไทยได้อย่างไรบ้าง? คำตอบส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับว่าคุณออกแบบคำสั่งได้ดีแค่ไหน ซึ่งก็คือทักษะที่เรียกว่า Prompt Engineering

Prompt Engineering คือกระบวนการออกแบบคำสั่ง (Prompt) ที่ชัดเจน มีโครงสร้าง และมีบริบทครบถ้วน เพื่อนำทาง Generative AI ไปสู่คำตอบที่แม่นยำและเป็นประโยชน์มากที่สุด ลองนึกภาพเหมือนการบรีฟงานให้กับสมาชิกทีมที่มีความสามารถสูงแต่เพิ่งเข้ามาใหม่ ยิ่งคุณให้คำแนะนำชัดเจนและละเอียดเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

ในบริบทธุรกิจไทย Prompt Engineering สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานหลากหลาย เช่น การร่างอีเมลระดับมืออาชีพทั้งภาษาไทยและอังกฤษ การสรุปรายงานการประชุมที่ใช้สองภาษา การจัดทำเอกสาร Onboarding พนักงาน การเขียนประกาศรับสมัครงาน การสร้างแบบฟอร์มประเมินผลการปฏิบัติงาน และการร่างนโยบาย HR ที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานไทย

ต่อไปนี้คือเทคนิค Prompt Engineering สี่ข้อที่เหมาะสมโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพชาวไทย

การใช้ Few-Shot Prompting

Few-Shot Prompting คือการให้ตัวอย่างงานจริงจำนวนน้อยกับ AI ไว้ภายใน Prompt เดียวกัน เพื่อช่วยให้ AI เข้าใจโทนเสียง รูปแบบ และสไตล์ที่คุณต้องการ แทนที่จะให้ AI เดาเอง คุณแสดงให้เห็นว่า “ผลลัพธ์ที่ดี” มีหน้าตาเป็นอย่างไร

ตัวอย่างเช่น หากต้องการให้ AI สร้างประกาศ HR อย่างเป็นทางการในภาษาอังกฤษที่มีสำเนียงธุรกิจไทย คุณสามารถใส่ตัวอย่างประกาศสองถึงสามชิ้นใน Prompt ของคุณได้เลย วิธีนี้ช่วยให้ AI เข้าใจรูปแบบและภาษาที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลาในการแก้ไข และสร้าง Output ที่สม่ำเสมอและดูเป็นมืออาชีพได้ทั่วทั้งทีม

เทคนิคนี้มีประสิทธิภาพสูงโดยเฉพาะสำหรับทีม HR ไทยที่ต้องจัดการงานสื่อสารหลายภาษาหรือจัดทำเอกสารมาตรฐานข้ามหลายแผนก

ใส่ใจโครงสร้างและความชัดเจนของ Prompt

ในประเทศไทย ความตรงไปตรงมาในการสื่อสารบางครั้งอาจขัดแย้งกับวัฒนธรรมที่นิยมความอ่อนโยนและการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่เมื่อพูดถึงการสั่งงาน AI ความชัดเจนคือทุกสิ่ง Prompt ที่คลุมเครือหรือสุภาพเกินไปจะให้ผลลัพธ์ที่คลุมเครือและไม่เป็นประโยชน์

แทนที่จะพิมพ์ว่า “ช่วยเขียนเรื่องนโยบายวันลาให้หน่อยได้ไหม?” ลองเปลี่ยนเป็น “เขียนสรุปนโยบายวันลาประจำปีสำหรับพนักงานใหม่ ความยาว 150 คำ โทนเป็นมิตรแต่ดูเป็นมืออาชีพ อ้างอิงมาตรฐานกฎหมายแรงงานไทย”

การออกแบบ Prompt ที่ดีช่วยลดการแก้ไขซ้ำซาก ให้คุณภาพสูงตั้งแต่การพยายามครั้งแรก และทำให้ AI ไม่หลงออกนอกเรื่อง การหลีกเลี่ยงภาษาที่กำกวมใน Prompt คือนิสัยง่ายๆ ที่มืออาชีพชาวไทยสร้างได้ทันที เพื่อพัฒนาผลลัพธ์จาก GenAI ได้อย่างเห็นได้ชัด

 

ให้ GenAI แสดงบทบาทเฉพาะด้าน

เทคนิคที่ได้ผลสูงอีกอย่างคือการขอให้ AI รับบทบาทเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก่อนตอบคำถาม ตัวอย่างเช่น “คุณคือผู้จัดการ HR ที่มีประสบการณ์ในบริษัทผลิตภัณฑ์ไทย จงเขียนหนังสือแจ้งเรื่องวินัยสำหรับพนักงานที่ละเมิดนโยบายการเข้างาน”

การกำหนดบทบาทให้ AI ช่วยให้มันมีบริบทที่จำเป็นในการสร้างเนื้อหาที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เกี่ยวข้อง และมีโทนเสียงที่เหมาะสม หน้าที่ทางธุรกิจของไทยที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากเทคนิคนี้ ได้แก่ การสื่อสาร HR สคริปต์บริการลูกค้า สรุปการติดต่อทางกฎหมาย และการเขียนนโยบายภายใน

แบ่งงานออกเป็นขั้นตอนย่อย

งานที่ซับซ้อน เช่น การพัฒนาคู่มือพนักงานฉบับสมบูรณ์ การออกแบบเส้นทาง Onboarding หรือการสร้างกรอบการเปรียบเทียบค่าตอบแทน อาจทำให้ AI รับมือไม่ไหวหากถูกถามเป็นคำถามเดียวที่ใหญ่เกินไป

วิธีที่ชาญฉลาดกว่าคือการแบ่งงานออกเป็นขั้นตอนเล็กๆ ที่มีตรรกะ และ Prompt ทีละขั้น ถามให้ AI ร่างสารบัญก่อน จากนั้นบทนำ แล้วค่อยทำแต่ละส่วนของนโยบาย วิธีนี้ไม่เพียงให้ Output ที่แม่นยำและละเอียดขึ้น แต่ยังเปิดให้คุณได้ตรวจสอบและปรับแต่งแต่ละส่วนก่อนดำเนินการต่อ ทำให้คุณยังคงควบคุมผลลัพธ์สุดท้ายได้อย่างเต็มที่

พร้อมสู่ยุค AI กับ Sprout Solutions Thailand

Generative AI ไม่ใช่เทรนด์ที่จำกัดไว้สำหรับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ใน Silicon Valley อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงและเข้าถึงได้ง่าย ที่ธุรกิจไทยทุกขนาด ตั้งแต่ SME ที่กำลังเติบโตไปจนถึงบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ สามารถนำมาใช้ได้ในวันนี้เลย เพื่อทำงานอย่างชาญฉลาดขึ้น เคลื่อนไหวเร็วขึ้น และสนับสนุนบุคลากรได้ดีขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการทำให้การดำเนินงาน HR เป็นระบบอัตโนมัติ การปรับปรุงการสื่อสารภายใน หรือการเพิ่มศักยภาพให้พนักงานของคุณทำงานได้ดีที่สุดด้วยเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI โอกาสนี้มีอยู่จริงและพร้อมให้คว้าแล้วในวันนี้

พร้อมเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของทีมคุณแล้วหรือยัง? 

ติดต่อ Sprout Solutions Thailand วันนี้ และค้นพบว่าระบบ HR อัจฉริยะของเราจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณไปข้างหน้าได้อย่างไร

รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!

Jarinee Yung Punpeang

Product Manager - Totem

ด้วยประสบการณ์กว่า 11 ปีในสายงานซอฟต์แวร์ คุณจารินี เคยทำงานทั้งในตำแหน่ง QA และผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ทำให้มีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการลางานและการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านเงินเดือน คุณจารินีใส่ใจในทุกรายละเอียดของการตรวจสอบและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์ที่มีคุณภาพสูงและราบรื่น

[blog_author_photo]
[blog_author_name]
[blog_author_designation]
[blog_author_description]

รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!

บริการอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เข้าถึงบริการใหม่ๆ จาก Sprout และพาร์ตเนอร์ เพื่อนำมาใช้พัฒนาองค์กรของคุณ

Scroll to Top