ประเภทสัญญาจ้างงานในประเทศไทย: สัญญาระยะสั้น ระยะยาว และตามโครงการ — HR ต้องรู้อะไรบ้าง?

เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหม? พนักงานที่จ้างมาแบบ “ชั่วคราว” อยู่ดีๆ ก็อ้างสิทธิ์เรียกร้องค่าชดเชยเหมือนพนักงานประจำ แล้ว HR ก็ต้องวิ่งเช็กกฎหมายแรงงานกันยกใหญ่ — ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าปวดหัวแค่ไหน ปัญหานี้เกิดจากการที่ ประเภทสัญญาจ้างงานในประเทศไทย ยังไม่ชัดเจนตั้งแต่ต้น และนั่นคือสิ่งที่บทความนี้จะมาช่วยจัดการ

ไม่ว่าคุณจะเป็น HR Manager ในบริษัท SME หรือ HR Director ในองค์กรขนาดใหญ่ การเข้าใจความแตกต่างของสัญญาจ้างงานแต่ละประเภท ทั้งแบบระยะสั้น (Fixed-Term) ระยะยาว (Permanent) และตามโครงการ (Project-Based) ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้

ทำไมเรื่องสัญญาจ้างถึงสำคัญกว่าที่คิด?

หลายๆ บริษัทมองสัญญาจ้างงานแค่เป็น “เอกสารที่ต้องทำ” แต่ในความเป็นจริง สัญญาจ้างงานคือสัญญาทางกฎหมายที่กำหนดสิทธิ์ หน้าที่ และความรับผิดชอบของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)

ถ้าสัญญาจ้างไม่ชัดเจนหรือเลือกประเภทผิด อาจนำไปสู่:

  • ข้อพิพาทด้านแรงงาน ที่ต้องขึ้นศาลแรงงาน
  • ค่าชดเชยที่ไม่ได้คาดไว้ ซึ่งกระทบงบประมาณบริษัท
  • ความเสี่ยงด้าน compliance โดยเฉพาะเมื่อมีการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ
  • ความเสียหายต่อ employer brand หากพนักงานรู้สึกว่าถูกปฏิบัติไม่เป็นธรรม

3 ประเภทสัญญาจ้างงานหลักในไทยที่ HR ต้องเข้าใจ

1. สัญญาจ้างงานแบบไม่กำหนดระยะเวลา (Permanent / Indefinite Contract)

นี่คือสัญญาจ้างงานที่พบบ่อยที่สุดในไทย เหมาะสำหรับตำแหน่งงานประจำที่บริษัทต้องการพนักงานในระยะยาว ไม่มีวันสิ้นสุดสัญญาที่ชัดเจน และพนักงานจะได้รับสิทธิ์ครบตามกฎหมายแรงงาน ทั้งค่าชดเชย วันลา สวัสดิการ และอื่นๆ

ลักษณะสำคัญ:

  • ไม่มีกำหนดวันสิ้นสุด
  • พนักงานผ่านช่วงทดลองงาน (โดยทั่วไปไม่เกิน 119 วัน) แล้วเป็นพนักงานประจำ
  • เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน (ม.118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน)
  • พนักงานมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (Severance Pay + Pay in Lieu of Notice)

เหมาะกับ: ตำแหน่งที่ต้องการความต่อเนื่อง เช่น ฝ่ายบัญชี HR ฝ่ายขาย วิศวกร ฯลฯ

ระวัง: หลายบริษัทจ้างพนักงานแบบนี้แต่ไม่มีเอกสารสัญญาที่ชัดเจน ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นสัญญาแบบไม่กำหนดระยะเวลาอยู่ดี

2. สัญญาจ้างงานแบบกำหนดระยะเวลา (Fixed-Term Contract)

สัญญาจ้างงานแบบนี้มีวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดที่ชัดเจน ซึ่งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายแรงงานไทยกำหนด

ข้อกำหนดตามกฎหมาย (ม.17/1 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน):

สัญญาระยะสั้นที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องเป็นงานที่มีลักษณะดังนี้:

  • งานในโครงการเฉพาะที่ไม่ใช่ธุรกิจปกติของบริษัท
  • งานตามฤดูกาล (Seasonal Work)
  • งานที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและมีกำหนดสิ้นสุด

ระยะเวลา: สัญญาระยะสั้นตามกฎหมายไทยต้องไม่เกิน 2 ปีและต้องทำเป็นสัญญาลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น

ข้อควรระวังที่ HR มักพลาด: หากจ้างงานแบบ Fixed-Term แต่ต่อสัญญาซ้ำหลายครั้งโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ศาลแรงงานอาจตีความว่าเป็นสัญญาจ้างถาวรได้ ซึ่งนำไปสู่ภาระค่าชดเชยที่ไม่คาดคิด

เหมาะกับ: พนักงานชั่วคราวทดแทนคนลาคลอด ผู้เชี่ยวชาญที่จ้างมาเพื่องานเฉพาะ พนักงาน Seasonal ช่วงเทศกาล

3. สัญญาจ้างงานตามโครงการ (Project-Based Contract)

สัญญาประเภทนี้คล้ายกับ Fixed-Term แต่ผูกกับ “ความสำเร็จของโครงการ” มากกว่า “ระยะเวลา” ซึ่งในทางกฎหมายไทยจัดอยู่ในหมวดเดียวกับ Fixed-Term โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นโครงการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัท

เหมาะกับ:

  • งาน IT Project (พัฒนาระบบ, ติดตั้ง ERP)
  • งานก่อสร้างหรืองาน Engineering เฉพาะโครงการ
  • งาน Consulting ระยะสั้น
  • งานด้าน Event หรือ Campaign Marketing

สิ่งที่ต้องระบุในสัญญา:

  • Scope of Work ที่ชัดเจน
  • ผลงาน (Deliverables) ที่วัดได้
  • เงื่อนไขการสิ้นสุดสัญญา (เมื่อโครงการเสร็จหรือวันที่กำหนด)
  • การจ่ายค่าตอบแทน (รายวัน รายเดือน หรือ Milestone-based)

 

สัญญาจ้างแบบไหนเหมาะกับสถานการณ์ไหน?

สถานการณ์ ประเภทสัญญาแนะนำ
พนักงานประจำทุกตำแหน่ง Permanent
ทดแทนพนักงานลาคลอด/ลาป่วยระยะยาว Fixed-Term
พัฒนาระบบ IT เฉพาะโครงการ Project-Based
งาน Seasonal (โรงแรม, Retail, เกษตร) Fixed-Term
Freelancer หรือ Consultant ภายนอก Project-Based หรือสัญญาจ้างบริการ

ข้อผิดพลาดที่ HR มักเจอกับสัญญาจ้างงาน

❌ ไม่ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร

แม้กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้ทุกสัญญาจ้างต้องเป็นเอกสาร แต่การไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรคือความเสี่ยงครั้งใหญ่สำหรับนายจ้าง เพราะพิสูจน์ข้อตกลงได้ยากมากเมื่อเกิดข้อพิพาท

❌ ต่อสัญญา Fixed-Term ซ้ำซ้อนโดยไม่มีเหตุผล

ถ้าต่อสัญญาแบบ Fixed-Term 3-4 ครั้งกับพนักงานคนเดิมในลักษณะงานเดิม โอกาสสูงมากที่ศาลจะตีความว่าเป็นพนักงานประจำ

❌ ระบุข้อความในสัญญาที่ขัดกับกฎหมาย

ข้อสัญญาที่ให้สิทธิ์นายจ้างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็น “โมฆะ” ตามกฎหมาย — เช่น ระบุว่าพนักงานไม่มีสิทธิ์ค่าชดเชย ซึ่งขัดกับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

❌ ไม่อัปเดตสัญญาให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่

กฎหมายแรงงานไทยมีการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง HR ต้องตรวจสอบและอัปเดตแบบสัญญาจ้างเป็นประจำ

Tips สำหรับ HR: เขียนสัญญาจ้างอย่างไรให้ปลอดภัย

  1. ระบุประเภทสัญญาให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่ชื่อตำแหน่ง แต่ต้องระบุด้วยว่าเป็นสัญญาจ้างแบบไหน มีกำหนดสิ้นสุดเมื่อไหร่ (ถ้าเป็น Fixed-Term/Project-Based)
  2. ระบุสาเหตุที่จ้างแบบ Fixed-Term ไว้ในสัญญา เช่น “เพื่อทดแทนพนักงาน [ชื่อ] ในช่วงลาคลอด” หรือ “เพื่อดำเนินโครงการ [ชื่อโครงการ]” การระบุเหตุผลช่วยป้องกันการตีความว่าเป็นสัญญาถาวร
  3. ระบุ Probation Period และเงื่อนไขให้ชัด สำหรับสัญญาถาวร ควรระบุช่วงทดลองงานไม่เกิน 119 วัน พร้อมเงื่อนไขการต่อหรือเลิกจ้างในช่วงนี้
  4. ใช้ระบบจัดการเอกสารดิจิทัล ระบบ HR ที่ดี เช่น Sprout Keeper ช่วยให้ HR จัดเก็บสัญญาจ้างงานแบบดิจิทัล ค้นหาง่าย ป้องกันเอกสารหาย และเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา
  5. ตรวจสอบ compliance ด้วย Payroll System ที่ถูกต้อง การคำนวณค่าชดเชย ค่าประกันสังคม และสิทธิ์ต่างๆ ขึ้นอยู่กับประเภทสัญญา — ระบบ Payroll ของ Sprout รองรับทั้ง 3 ประเภทสัญญาจ้างและคำนวณสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทำไม Sprout ถึงช่วย HR จัดการเรื่องสัญญาจ้างได้ดีกว่า?

การจัดการ ประเภทสัญญาจ้างงานในประเทศไทย ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่ยังเชื่อมโยงกับระบบ HR ทั้งหมดขององค์กร ตั้งแต่การจ่ายเงินเดือน การลา การบันทึกเวลา ไปจนถึงการจัดเก็บเอกสาร

Sprout เป็น HR platform ที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรไทยโดยเฉพาะ ช่วยให้:

  • Sprout Keeper — จัดเก็บสัญญาจ้างทุกประเภทแบบดิจิทัล ค้นหาง่าย ปลอดภัย และ PDPA-compliant
  • Payroll Application — คำนวณเงินเดือน ค่าชดเชย และสิทธิ์ตามกฎหมายได้ถูกต้องตามประเภทสัญญา
  • Leave Application — จัดการสิทธิ์วันลาของพนักงานทุกประเภทสัญญาได้อย่างเป็นระบบ
  • Attendance Application — บันทึกเวลาทำงานและ OT สำหรับพนักงานทุกประเภท รวมถึงพนักงาน Project-Based

ต้องการดูว่า Sprout ช่วยองค์กรของคุณได้อย่างไร? นัดหมาย Demo ฟรีได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

❓ ประเภทสัญญาจ้างงานในประเทศไทยมีกี่แบบ?

หลักๆ แล้วมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ สัญญาจ้างแบบไม่กำหนดระยะเวลา (Permanent) สัญญาจ้างแบบกำหนดระยะเวลา (Fixed-Term) และสัญญาจ้างตามโครงการ (Project-Based) ซึ่งแต่ละแบบมีสิทธิ์ หน้าที่ และเงื่อนไขค่าชดเชยที่แตกต่างกันตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

❓ พนักงาน Fixed-Term มีสิทธิ์ค่าชดเชยไหม?

ถ้าสัญญา Fixed-Term ถูกต้องตามกฎหมาย (คือเป็นงานโครงการหรืองาน Seasonal จริงๆ) และสัญญาสิ้นสุดตามกำหนด โดยทั่วไปนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ถ้าเลิกจ้างก่อนครบสัญญา หรือต่อสัญญาจนศาลตีความว่าเป็นพนักงานประจำ ก็จะต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย

❓ สัญญา Fixed-Term ต่อสัญญากี่ครั้งถึงจะกลายเป็นพนักงานประจำ?

กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดจำนวนครั้งที่ชัดเจน แต่การต่อสัญญาซ้ำๆ ในลักษณะงานที่เหมือนกันติดต่อกัน เป็นสัญญาณที่ศาลแรงงานมักใช้ตีความว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นการจ้างงานถาวร HR ควรประเมินทุกครั้งก่อนต่อสัญญาว่ายังเป็นไปตามเงื่อนไขของ Fixed-Term หรือไม่

❓ ช่วงทดลองงาน (Probation) ต้องอยู่ในสัญญาแบบไหน?

ช่วงทดลองงานนิยมใช้กับสัญญาจ้างแบบถาวร (Permanent) เพื่อประเมินความเหมาะสมของพนักงานก่อนรับเป็นพนักงานประจำ กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลา Probation ไว้ตายตัว แต่ในทางปฏิบัติมักใช้ไม่เกิน 119 วัน เพราะหากเกินกว่านั้น พนักงานมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยหากถูกเลิกจ้าง

❓ สัญญาจ้างตามโครงการ (Project-Based) ต่างจาก Fixed-Term อย่างไร?

ทั้งสองประเภทอยู่ในหมวดเดียวกันตามกฎหมายไทย แต่สัญญาตามโครงการจะสิ้นสุดเมื่อโครงการเสร็จ ขณะที่ Fixed-Term กำหนดวันสิ้นสุดที่ชัดเจน ในทางปฏิบัติ HR ควรระบุให้ครบทั้งวันสิ้นสุดโดยประมาณ และเงื่อนไขว่าถ้าโครงการเสร็จก่อน สัญญาก็จะสิ้นสุดก่อนด้วย

❓ ต้องทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรทุกกรณีไหม?

กฎหมายแรงงานไทยไม่ได้บังคับให้ทุกสัญญาจ้างต้องเป็นเอกสาร อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับทุกกรณี เพราะช่วยป้องกันข้อพิพาทและเป็นหลักฐานที่ชัดเจนสำหรับทั้งสองฝ่าย

❓ Freelancer หรือ Contractor ต่างจากพนักงาน Fixed-Term อย่างไร?

Freelancer หรือ Contractor (ผู้รับจ้างอิสระ) ไม่ถือเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน แต่เป็นคู่สัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์รับค่าชดเชยหรือสวัสดิการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน แต่ HR ต้องระวังว่าถ้าควบคุมการทำงานอย่างใกล้ชิดเหมือนพนักงาน ก็อาจถูกตีความว่าเป็นนายจ้าง-ลูกจ้างได้

บทสรุป: เลือกสัญญาจ้างงานให้ถูกประเภท ลดความเสี่ยงได้มาก

ประเภทสัญญาจ้างงานในประเทศไทย ทั้ง 3 แบบมีบทบาทและความเหมาะสมที่แตกต่างกัน การเลือกผิดหรือเขียนสัญญาไม่รัดกุมอาจนำมาซึ่งปัญหาทางกฎหมายที่แก้ยาก HR ที่ดีต้องเข้าใจทั้งมิติกฎหมายและมิติการบริหารคน

Sprout พร้อมช่วยองค์กรของคุณจัดการ HR ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดเก็บสัญญาจ้างด้วย Sprout Keeper ไปจนถึงการคำนวณเงินเดือนและสิทธิ์ต่างๆ อย่างถูกต้องด้วย Payroll Application

👉 นัดหมาย Demo ฟรีกับทีม Sprout วันนี้

ติดตาม Sprout เพื่อรับอัปเดตด้าน HR และกฎหมายแรงงานไทย:

รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!

Kris Zbikowski

Chief Technology Officer

คุณคริส มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาแอปพลิเคชันมากกว่า 15 ปี และใช้ชีวิตในประเทศไทยมาเกือบตลอดช่วงเวลาเดียวกัน ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี (CTO) ของ Sprout Solutions Thailand เขาดูแลการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลักของเรา ได้แก่ Totem และ Keeper เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของลูกค้า

[blog_author_photo]
[blog_author_name]
[blog_author_designation]
[blog_author_description]

รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!

บริการอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เข้าถึงบริการใหม่ๆ จาก Sprout และพาร์ตเนอร์ เพื่อนำมาใช้พัฒนาองค์กรของคุณ

Scroll to Top