กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (EWF) คืออะไร ทำไมนายจ้างไทยต้องรู้ก่อนตุลาคม 2569

ถ้าบริษัทของคุณมีพนักงานตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) บอกเลยว่าอย่าเพิ่งข้ามบทความนี้ไป เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund หรือ EWF) จะกลายเป็นภาระผูกพันใหม่ที่ผูกเข้ากับรอบเงินเดือนของคุณทุกเดือน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 126–138

เอาจริงๆ ตอนนี้หลาย HR ยังงงอยู่เลยว่าต้องขึ้นทะเบียนยังไง คำนวณฐานเงินเดือนแบบไหน แล้วพนักงานกลุ่มไหนต้องนำส่งบ้าง บทความนี้จะพาไปดูทีละเรื่อง อ้างอิงจากข้อมูลของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานผ่านระบบ e-Service ที่ ewf.labour.go.th เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้ทันก่อนกฎหมายเริ่มบังคับใช้จริง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับ HR และเจ้าของธุรกิจ

พูดตรงๆ คือ EWF ไม่ใช่เรื่องที่ “รอได้” เพราะมันผูกกับรอบจ่ายเงินเดือนโดยตรง ถ้าตั้งระบบไม่ทัน หรือคำนวณฐานผิด เงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนจะไล่ตามมาเร็วกว่าที่คิด แถมยังมีโทษทางอาญาสำหรับกรณีไม่ยื่นแบบหรือแจ้งข้อมูลเท็จด้วย

นอกจากเรื่องบทลงโทษแล้ว การเข้าใจ EWF ตั้งแต่ต้นยังช่วยให้ทีม ระบบเงินเดือน (Payroll) ของคุณวางแผนกระแสเงินสดได้แม่นยำขึ้น และไม่ต้องมานั่งแก้ไขย้อนหลังทีหลัง

EWF คืออะไรกันแน่

พูดง่ายๆ EWF คือกองทุนที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเงินสำรองให้ลูกจ้าง เผื่อวันหนึ่งออกจากงานหรือเสียชีวิต เงินที่สะสมไว้จะจ่ายคืนตอนพ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง แนวคิดคล้าย PVD แต่อัตราและเงื่อนไขต่างกันคนละเรื่อง

กฎหมายบังคับกับนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และยังไม่มี PVD ครอบคลุมพนักงานทุกคน ถ้าบริษัทมี PVD ครบทุกคนอยู่แล้ว ยินดีด้วย ได้รับยกเว้นไปเลย แต่ถ้ามี PVD แค่บางส่วน เช่น ครอบคลุมเฉพาะพนักงานประจำ ส่วนพนักงานทดลองงานไม่ได้เข้าร่วม กลุ่มที่ตกหล่นจาก PVD ก็ยังต้องเข้า EWF อยู่ดี
องค์กรที่ไม่เข้าข่ายบังคับมีไม่กี่กลุ่ม เช่น มูลนิธิ สมาคมที่ไม่แสวงหากำไร หน่วยงานรัฐ งานบ้านที่ไม่ใช่ธุรกิจ และงานประมงทะเล

ขึ้นทะเบียนผ่าน e-Service ยังไง

นายจ้างที่เข้าเกณฑ์ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่มีลูกจ้างครบ 10 คน หรือภายในวันที่กฎหมายเริ่มบังคับใช้ ทำได้ทั้งออนไลน์ที่ ewf.labour.go.th หรือไปยื่นเองที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่

แบบฟอร์มที่ต้องจำชื่อไว้มี 3 แบบหลักๆ:

  • สกล.3 — แบบแจ้งรายชื่อลูกจ้างและนำส่งเงินครั้งแรก ยื่นตอนขึ้นทะเบียน
  • สกล.3/1 — สำหรับบริษัทที่มีพนักงานต่ำกว่า 10 คนแต่อยากสมัครใจเข้าร่วม
  • สกล.3/2 — แบบแจ้งเปลี่ยนแปลง ต้องยื่นทุกเดือนที่มีคนเข้าใหม่ ลาออก หรือฐานเงินเดือนเปลี่ยน
    ถ้าเคยยื่นแบบประกันสังคมไว้แล้ว (สปส.1-01, 1-03 หรือ 6-15) ระบบจะมีข้อมูลพื้นฐานอยู่แล้ว ไม่ต้องกรอกใหม่ตั้งแต่ศูนย์ พอขึ้นทะเบียนสำเร็จ กรมฯ จะออกสกล.4 ให้ครั้งเดียวเป็นหลักฐาน ส่วนสกล.5 คือแบบระบุผู้รับผลประโยชน์ที่ลูกจ้างแต่ละคนต้องกรอกเอง ถ้าไม่กรอก เงินจะตกไปที่ทายาทโดยธรรมแทน ผู้รับผลประโยชน์ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติด้วยนะ จะเป็นเพื่อนหรือมูลนิธิก็ได้

ลูกจ้างกลุ่มไหนต้องนำส่ง กลุ่มไหนไม่ต้อง

จุดนี้แหละที่ HR สับสนบ่อยที่สุด หลักง่ายๆ คือดูที่สภาพการจ้างจริง ไม่ใช่ตำแหน่งหรือชื่อสัญญา

พนักงานทดลองงาน พนักงานรายวัน ลูกจ้างชั่วคราว และสัญญาจ้างระยะสั้น 3–6 เดือน ต้องนำส่งทั้งหมด เพราะมีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายชัดเจน ส่วนฟรีแลนซ์ สัญญาจ้างทำของ และที่ปรึกษาอิสระที่ไม่มีสภาพการจ้างแบบนายจ้าง-ลูกจ้าง ไม่ต้องนำส่ง

กรรมการและผู้บริหารต้องดูละเอียดหน่อย กรรมการที่มีชื่อในหนังสือรับรองแต่รับค่าตอบแทนตามมาตรา 40(2) หรือแค่เบี้ยประชุม ไม่ถือเป็นลูกจ้าง แต่ถ้าเป็นผู้บริหารที่รับเงินเดือนประจำตามมาตรา 40(1) ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ แม้ไม่ตอกบัตรหรือไม่ได้ส่งประกันสังคม ก็ยังถือเป็นลูกจ้างและต้องนำส่งอยู่ดี
แรงงานต่างด้าวที่มีสถานะลูกจ้างก็ต้องนำส่งเช่นกัน และเมื่อสัญญาสิ้นสุด ลาออก หรือกลับประเทศ สามารถขอรับเงินคืนเต็มจำนวนได้ทั้งบัญชีในไทยหรือโอนระหว่างประเทศ ส่วนบริษัทที่มีหลายสาขาภายใต้เลขนิติบุคคลเดียวกัน จะยื่นรวมในนามสำนักงานใหญ่หรือแยกยื่นตามสาขาก็ได้

คำนวณฐานเงินเดือนและอัตราเงินสมทบยังไง

อัตราแบ่งเป็นสองช่วง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574 ลูกจ้างสมทบ 0.25% ของค่าจ้าง นายจ้างสมทบเท่ากันคือ 0.25% แล้วตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป ทั้งสองฝ่ายขยับขึ้นเป็น 0.50%

ฐานค่าจ้างที่นับรวมมีค่าจ้างประจำ ค่าตำแหน่ง ค่าครองชีพ ค่ากะ ค่าอาหาร/ค่าเดินทางแบบเหมาจ่ายที่ไม่ต้องมีใบเสร็จ และค่าทักษะภาษาที่จ่ายเพื่อการทำงานปกติ ส่วนที่ไม่นับคือค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด เบี้ยเลี้ยงตามจริง เงินช่วยภาษี และสวัสดิการตามเงื่อนไขเฉพาะ ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายไม่แน่นอนให้คิดรวมในเดือนที่จ่ายจริง

ต่างจากประกันสังคมตรงที่ EWF ไม่มีเพดานค่าจ้างขั้นสูง คิดจากค่าจ้างจริงทั้งหมด และต่างจาก PVD ตรงที่ลูกจ้างขอหักเพิ่มเองไม่ได้ อัตราตายตัวตามกฎหมาย

กำหนดส่งเงินและบทลงโทษถ้าช้า

ต้องนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป นับจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง ถ้าบริษัทตัดรอบเงินเดือนคร่อมเดือน เช่น 21–20 หรือ 26–25 ให้ยึดวันที่จ่ายจริงเป็นหลัก ไม่ใช่วันปิดรอบ

ถ้าส่งช้าหรือส่งไม่ครบ โดนเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของยอดค้าง เศษเดือนที่เกิน 15 วันนับเป็นหนึ่งเดือนเต็ม ส่วนกรณีไม่ยื่นแบบเลยหรือแจ้งเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นำส่งได้ผ่าน e-Payment, QR Code ข้ามธนาคาร หรือ Pay-in Slip ที่ธนาคารร่วมโครงการ

สิทธิของลูกจ้างในการขอเงินคืน

ลูกจ้างขอรับเงินสะสมพร้อมดอกผลคืนได้เมื่อพ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ไม่ว่าลาออก เลิกจ้าง หรือเกษียณ กรณีเสียชีวิตเงินตกแก่ผู้รับผลประโยชน์ตามสกล.5 แม้ลาออกแล้วได้งานใหม่ทันทีก็ยังขอเงินก้อนเดิมคืนได้ ยื่นคำร้องผ่าน e-Service หรือที่สำนักงานสวัสดิการฯ ในพื้นที่

ยังมีกลไกช่วยเหลือพิเศษด้วย ถ้าลูกจ้างถูกเลิกจ้างแล้วนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน กองทุนจะจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ก่อน (เช่น 30–60 เท่าของค่าแรงขั้นต่ำ) แล้วไปไล่เบี้ยจากนายจ้างพร้อมดอกเบี้ย 15% ต่อปี เงินสมทบที่ถูกหักยังลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เหมือนเงินประกันสังคมหรือ PVD

Tips: เตรียมทีม HR ให้พร้อมก่อนกำหนดเส้นตาย

  • ตรวจสอบว่า PVD ที่มีอยู่ (ถ้ามี) ครอบคลุมพนักงานครบทุกคนจริงไหม
  • ทำ checklist รายชื่อพนักงานที่ต้องขึ้นทะเบียนใหม่ในระบบ e-Service
  • ตั้งเตือนภายในทีมให้ยื่นสกล.3/2 ทุกครั้งที่มีคนเข้า-ออก อย่าปล่อยให้ค้างเป็นเดือน
  • รีวิวรายการค่าจ้างที่นับเข้าฐานคำนวณให้ตรงตามกฎหมาย อย่าเผลอรวม OT เข้าไปด้วย
  • ผูกกำหนดวันที่ 15 ของทุกเดือนเข้ากับปฏิทินรอบจ่ายเงินเดือนที่มีอยู่แล้ว

ทำไม Sprout ถึงช่วยเรื่องนี้ได้

ถ้าบริษัทของคุณบริหารเงินเดือนผ่าน ระบบ HR อย่าง Sprout One อยู่แล้ว การผนวกขั้นตอนคำนวณฐาน EWF และติดตามกำหนดวันที่ 15 เข้าไปในรอบเดิม ก็แค่เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ระบบช่วยดูแลให้ ไม่ต้องมานั่งทำตารางแยกเอง ถ้าอยากรู้ว่าทีมของคุณ ควรเริ่มระบบ payroll อัตโนมัติตอนไหน หรือกำลังเทียบว่า ฟีเจอร์ payroll แบบไหนเหมาะกับ SME หรือองค์กรใหญ่ ลองอ่านสองบทความนี้ต่อได้เลย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ทำไมต้อง Sprout หรือเข้าไปดู บทความอื่นๆ ในบล็อก ของเรา

คำถามที่พบบ่อย

EWF ต่างจากประกันสังคมยังไง
ประกันสังคมครอบคลุมเรื่องเจ็บป่วย ว่างงาน หรือคลอดบุตร ส่วน EWF เป็นเงินสะสมเฉพาะสำหรับตอนออกจากงานหรือเสียชีวิต และ EWF ไม่มีเพดานฐานค่าจ้างเหมือนประกันสังคมด้วย

บริษัทมี PVD อยู่แล้วต้องส่ง EWF ไหม
ถ้า PVD ครอบคลุมพนักงานทุกคนแล้ว ได้รับยกเว้นไม่ต้องส่ง EWF แต่ถ้ามีพนักงานบางกลุ่มไม่ได้อยู่ใน PVD เช่น พนักงานทดลองงาน กลุ่มนั้นยังต้องนำส่งเข้า EWF อยู่

พนักงานทดลองงานต้องนำส่ง EWF ไหม
ต้องนำส่งครับ เพราะพนักงานทดลองงานมีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแล้ว ไม่ว่าจะผ่านโปรหรือยังก็ตาม
กรรมการบริษัทต้องนำส่ง EWF ไหม
ขึ้นอยู่กับว่ารับค่าตอบแทนแบบไหน ถ้ารับแค่เบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนตามมาตรา 40(2) ไม่ต้องนำส่ง แต่ถ้ารับเงินเดือนประจำตามมาตรา 40(1) ยังถือเป็นลูกจ้างและต้องนำส่งเข้ากองทุน

ส่ง EWF ช้าโดนโทษอะไรบ้าง
โดนเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของยอดค้าง ถ้าไม่ยื่นแบบเลยหรือแจ้งเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ลาออกแล้วขอเงิน EWF คืนได้เลยไหม
ได้เลย ยื่นคำร้องผ่านระบบ e-Service หรือที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ ระยะเวลาอนุมัติขึ้นอยู่กับการตรวจสอบเอกสารของกรมฯ

แรงงานต่างด้าวมีสิทธิ EWF ไหม
มีสิทธิเหมือนลูกจ้างไทยทุกอย่าง เมื่อสิ้นสุดสัญญาหรือกลับประเทศ ขอรับเงินสะสมคืนเต็มจำนวนได้ ทั้งโอนเข้าบัญชีในไทยหรือบัญชีระหว่างประเทศ

สรุปและก้าวต่อไป

EWF เป็นภาระใหม่ที่ผูกกับรอบเงินเดือนโดยตรง ยิ่งเริ่มเตรียมตัวเร็ว ยิ่งลดความเสี่ยงเรื่องเงินเพิ่มและบทลงโทษได้มาก ทีม HR และบัญชีของบริษัทที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปควรเริ่มตรวจสอบสถานะ PVD และเตรียมกระบวนการยื่นสกล.3/2 ตั้งแต่วันนี้

อยากคุยเรื่องการวางระบบ payroll ให้รองรับ EWF โดยเฉพาะ ทีมงาน Sprout ยินดีพูดคุยด้วย จองเวลาปรึกษาฟรี ได้เลย

รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!

Table of Contents

Kris Vega

Manager - Web & Creatives Marketing

ด้วยประสบการณ์ด้านครีเอทีฟและการตลาดมากกว่า 9 ปี คุณคริส เวก้า เป็นผู้กำหนดทิศทางและดูแลภาพรวมของเว็บไซต์ Sprout Solutions พร้อมทั้งดูแลเนื้อหา การออกแบบ และกลยุทธ์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน

[blog_author_photo]
[blog_author_name]
[blog_author_designation]
[blog_author_description]

รับคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ส่งตรงถึงอีเมลคุณ!

บริการอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เข้าถึงบริการใหม่ๆ จาก Sprout และพาร์ตเนอร์ เพื่อนำมาใช้พัฒนาองค์กรของคุณ

Scroll to Top